“ตอนนี้ฉันกับเธออยู่ด้วยกัน จะทำอะไรหรือจะคบกันแบบไหน ก็ไม่ใช่เรื่องที่คนนอกจะมาชี้นิ้วสั่ง”
“เธอคอยจับตาดูพวกเราไม่เลิก คอยสอดส่องแล้วก็คิดเดาไปเรื่อย จิตใจมีปัญหาหรือเปล่า? ถ้ามีจริงก็แนะนำให้ไปรักษาสมองซะ”
ถ้อยคำเหล่านั้นกระแทกใส่สวยหรานอย่างหนัก จนนางแข็งค้างอยู่กับที่ในทันที
นางมองเขาอย่างไม่อยากเชื่อ หางเสียงสั่นเครือ “คนนอก? ฉันเป็นคนนอกงั้นหรือ?…”
“ใช่” โจวเฉวียนตัดบททันควัน สีหน้าเย็นชาแข็งกร้าว “ตั้งแต่ต้นจนจบ ก็เป็นเธอที่คิดไปเองฝ่ายเดียว”
คิดไปเองฝ่ายเดียว
เพียงสี่คำสั้น ๆ ก็แทงทะลุความยึดติดและจินตนาการทั้งหมดของสวยหรานในพริบตา
ร่างนางสั่นสะท้านอย่างแรง ฝีเท้าพลันซวนเซถอยหลังไปครึ่งก้าว
เหตุใดจึงกลายเป็นนางที่คิดไปเองฝ่ายเดียวได้?
นางคิดมาตลอดว่า หากหญิงไล่ตามชาย ก็เหมือนมีเพียงผ้าบาง ๆ กั้นอยู่ นางเป็นฝ่ายเข้าหา เป็นฝ่ายยืนหยัด ทั้งยังอยู่เคียงข้างเขาผ่านช่วงฝึกฝนที่ยากลำบากที่สุด นางคิดว่าหากไม่ยอมแพ้ สักวันก็ต้องทำให้หัวใจเขาอบอุ่นขึ้นได้
ทว่าสายตาเย็นชาของโจวเฉวียนในตอนนี้กลับบอกนางอย่างชัดเจนว่า มันไม่ใช่แค่มีผ้าบาง ๆ กั้นอยู่ ตั้งแต่ต้นจนจบ มีแต่นางที่ตามตื๊อไม่เลิกรา เป็นละครฉากเดียวของนาง เป็นนางที่คิดเข้าข้างตัวเอง
เดิมทีนางแค่มารับยาแก้ปวด แต่ตอนนี้กลับหนาวสะท้านไปทั้งตัว หัวใจเจ็บปวดยิ่งกว่าแขนที่กล้ามเนื้อฉีกหลายร้อยเท่า
เมื่อเห็นว่าในสายตาและหัวใจของโจวเฉวียนมีเพียงไต้ยิง ในที่สุดสวยหรานก็เข้าใจความจริงอย่างถ่องแท้ นางร้องไห้พลางเดินออกจากห้องพยาบาลอย่างใจลอย
