ไต้ยิงอึกอักอยู่นาน ก็ยังพูดไม่ออกมาเป็นประโยค น้ำตากลับไหลพรั่งพรูยิ่งกว่าเดิม
สาวใช้หลายคนที่อยู่ข้าง ๆ ทนดูต่อไปไม่ไหว รีบยื่นกระดาษทิชชูให้พลางตบหลังปลอบ “อย่าร้องไห้เลย คุณชายใหญ่อยู่ตรงนี้แล้ว มีเรื่องอัดอั้นอะไรก็เล่ามาได้เต็มที่”
พวกนางล้วนเป็นคนเก่าแก่ที่ทำงานอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้มาหลายปี ไม่มากก็น้อยต่างก็เคยถูกตูหลิงกลั่นแกล้ง จึงอดเอนเอียงเข้าข้างเด็กสาวคนนี้ไม่ได้
ไต้ยิงสูดจมูก สะบัดตัวออกจากวงล้อมของเหล่าพี่สาวใหญ่ แล้วค้อมกายคำนับสือยู่ลึก ๆ พอลุกขึ้น นางก็ยกมือปิดปาก พึมพำบางอย่างอู้อี้จนฟังไม่รู้เรื่อง
สือยู่ขมวดคิ้ว “เจ้าพูดว่าอะไร? พูดให้ดังหน่อย”
ไต้ยิงลดมือลง ปลายจมูกแดงระเรื่อ เอ่ยเสียงเบาหวิว “ข้า...ข้าอาจทำงานต่อไม่ไหวแล้ว...”
สีหน้าสือยู่เปลี่ยนไป ทั้งคฤหาสน์รวมเขาแล้วมีคนไม่ถึงสิบคน กว่าจะมีคนสงบเสงี่ยมเรียบร้อยสักคน เหตุใดจู่ ๆ ถึงจะไปเสียแล้ว?
“ใครรังแกเจ้า?” น้ำเสียงของเขาเย็นลงหลายส่วน “มีใครมาหาเรื่องเจ้าหรือ? บอกข้ามา ข้าจะจัดการให้เอง”
ไต้ยิงส่ายหน้า ขอบตายังคงแดงก่ำ น้ำเสียงเล็กเบานุ่มนวล “มะ...ไม่มีใครรังแกข้าหรอก...แค่ที่บ้านข้ามีเรื่องนิดหน่อย...ไม่อยากให้คุณชายใหญ่ต้องเป็นกังวล...”
พี่สาวใหญ่คนหนึ่งที่อยู่ข้าง ๆ อดแทรกขึ้นมาไม่ได้ “คุณชายใหญ่ เป็นคุณหนูตูหลิงเจ้าค่ะ นางส่งข้อความมาขู่เสี่ยวไต้ บอกให้อยู่ห่างจากคุณชายใหญ่ ไม่อย่างนั้นคนในครอบครัวของนางจะอยู่ไม่เป็นสุข...”
สือยู่ได้ฟังแล้วก็ปวดหัวจนต้องยกมือคลึงขมับ
