โจวฉู่ไม่ใส่ใจบรรดาศักดิ์โหวอะไรนั่น
อย่างไรเสีย เรื่องยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง
จี้ซ่งยังไม่ได้ขึ้นเป็นฮ่องเต้เสียหน่อย
แต่แพะแกะเขียวนั้นเป็นผลประโยชน์ที่จับต้องได้จริง
“โอสถชั้นเลิศบำรุงกาย เนื้อหายากเช่นนี้!”
โจวฉู่ไม่พูดพร่ำทำเพลง มุ่งหน้าไปยังจวนอ๋องเหอเจียนทันที
แม้อ๋องเหอเจียนจะจุดไฟเผาตัวตายไปแล้ว
แต่โชคดีที่ฝูงแพะของเขาไม่ได้รับความเสียหาย
พวกมันถูกเลี้ยงไว้ในสวนด้านหลังจวนอ๋อง
จวนอ๋องเหอเจียนตั้งอยู่ชิดเชิงเขา
ยามนี้อากาศหนาวเย็นลงทุกขณะ
เนินเขาแห่งอื่นในเหอเจียนล้วนแห้งแล้งโล่งเตียน
มีเพียงเนินเขาของอ๋องเหอเจียนที่ยังเขียวชอุ่มดังเดิม
ที่ดินของจวนอ๋องมิใช่ธรรมดา
ชาวบ้านไม่กล้าเข้ามาตัดฟืนแถวนี้
ศาลาและหอสูงในสวนล้วนงดงามประณีต
เมื่อเทียบกับเหอเจียนอันทรุดโทรมแล้ว จวนอ๋องแทบไม่ต่างจากสรวงสวรรค์บนดิน
ถึงกระนั้น… อ๋องเหอเจียนกลับยังได้รับการขนานนามว่าเป็นอ๋องผู้ทรงคุณธรรม
ไม่รู้เหมือนกันว่าเขามีคุณธรรมตรงไหน
แต่สำหรับโจวฉู่
อ๋องเหอเจียนที่ตายไปแล้วคืออ๋องที่ดี
หากเขายังไม่ตาย แพะเหล่านี้คงเอามาได้ยาก
ทันทีที่เห็นโจวฉู่
นายกองร้อยแห่งกองทัพเหนือผู้เฝ้าสวนก็รีบคำนับ
ไม่เพียงแววตาของนายกองร้อยผู้นี้เป็นประกาย แม้แต่น้ำเสียงก็ยังสั่นเล็กน้อย
เพราะเขาเห็นกับตาว่าโจวฉู่สังหารเสือฉางซานอย่างไร
“ท่านโหวโจว! ผู้น้อยคำนับท่านโหว!”
“ลุกขึ้นเถิด ข้ามารับแพะ”
“เชิญท่านโหวตามข้ามา!”
โจวฉู่ไม่ได้มาคนเดียว
เขายังพาคนชำแหละเนื้อมาด้วยสิบกว่าคน
อย่างไรเสีย เขาคงไม่จูงแพะเดินไปทั่วกระมัง
นับว่าได้มาไม่มากนัก ทั้งหมดมีแพะเขียวเก้าตัว
คนชำแหละลงมือว่องไว ไม่นานก็แบ่งเนื้อเสร็จ
ได้เนื้อราวสองร้อยกว่าชั่ง
โจวฉู่ก็รับไปโดยไม่เกรงใจ
เมื่อกลับถึงที่พักในกระโจมทหาร
โจวฉู่กินเนื้อแพะดิบไปชิ้นหนึ่งก่อน
รสชาติสดหวาน ทั้งยังมีกลิ่นหอมของสมุนไพรจาง ๆ
