อีกแค่สามนาทีก็จะถึงเวลาเริ่มกล่าวปาฐกถาแล้ว ซูหว่านเดินมาจากห้องน้ำ เหลือบไปเห็นกู้เยี่ยนจือที่กำลังคุยโทรศัพท์อยู่นอกห้องประชุมพอดี สายตาของทั้งคู่ประสานกันครู่หนึ่ง กู้เยี่ยนจือวางโทรศัพท์ ดูเหมือนอยากจะเดินเข้ามาคุยกับซูหว่าน
ซูหว่านกลับหันหลังเดินเข้าร้านนั่งเล่นไปเสียก่อน กู้เยี่ยนจือชะงักฝีเท้าเล็กน้อย แล้วหันกายเดินเข้าห้องประชุม
“หว่านหว่าน เข้าไปได้แล้วนะ” เจียงม่อเตือนอยู่ข้าง ๆ
ซูหว่านพยักหน้า จัดแจงเสื้อผ้าอยู่คนเดียว เมื่อครู่ไปเติมลิปสติกในห้องน้ำมาแล้ว ทำให้ริมฝีปากสีแดงสดดูอวบอิ่มนุ่มนวล ใบหน้าสวยอ่อนเยาว์ของเธอไม่ได้ดูเหมือนนักวิจัยหญิงที่จะขึ้นเวทีกล่าวปาฐกถา แต่เหมือนดาราสาวที่กำลังจะเดินพรมแดงมากกว่า
“ไม่มีปัญหาอะไรนะ!” ซูหว่านยิ้มถามเจียงม่อ
“โอเคมาก ขอให้พูดประสบความสำเร็จนะ” เจียงม่อยิ้มตอบ
“สบายใจได้ ฉันรับรองว่าจะไม่ทำให้อาจารย์เหลียงขายหน้า” ซูหว่านพูดพลางหยิบแว่นกรอบเงินที่เตรียมไว้ล่วงหน้าขึ้นมาสวม นี่คือแว่นไม่มีเลนส์
ซูหว่านชอบใส่แว่นขึ้นเวทีปาฐกถา มันทำให้เธอจดจ่อกับเนื้อหาทางวิชาการของตัวเองได้ดียิ่งขึ้น
ในห้องประชุมนั้น มีคนมาราว ๆ หนึ่งร้อยกว่าคน สามแถวหน้าเป็นแขกวีไอพี่ ส่วนแถวหลัง ๆ คือผู้ฟังจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่วประเทศ ซูหว่านเห็นกู้เยี่ยนจือในทันที แต่ที่น่าแปลกใจคือลู่เซียวก็มาด้วย
เธอเดินเข้าไปในห้องประชุมพร้อมกับเจียงม่อ คนที่อยู่ในที่นั้นต่างเข้าใจว่าเจียงม่อเป็นผู้บรรยายวันนี้ แม้แต่กู้เยี่ยนจือก็คิดเช่นนั้น
