ซูหว่านก็คาดไว้แล้วว่าเขาคงไม่ยอมหย่าง่ายๆ แต่เธอก็เตรียมใจไว้แล้ว เธอหยิบกระเป๋าขึ้นแล้วพูดว่า “งั้นเราคงต้องเจอกันที่ศาล”
พูดจบ เธอก็จะเดินออกไป
กู้เยี่ยนจือลุกขึ้นตาม เขาก้าวพรวดเข้าไปคว้าข้อมือซูหว่านไว้ น้ำเสียงแฝงแววอ้อนวอน “ขอแค่ไม่หย่า เธอจะเอาอะไรฉันก็ให้เธอทุกอย่าง”
ซูหว่านสะบัดมือออก ถอยหลังไปหนึ่งก้าว แล้วพูดเสียงเย็นชาว่า “การหย่าครั้งนี้ฉันต้องหย่าให้ได้”
กู้เยี่ยนจือสูดลมหายใจเข้าลึก สายตาล้ำลึกจับจ้องเธอ “ขอเวลาให้ฉันหน่อย”
พูดจบ เขาก็คว้ากุญแจรถแล้วเดินออกไปเร็วๆ
ซูหว่านขมวดคิ้ว
เขาคิดจะทำอะไร? คิดจะถ่วงเวลาหย่าเหรอ?
ต่อมาซูหว่านก็ออกจากบ้านเช่นกัน เธอขับรถมายังย่านคฤหาสน์เก่าแห่งหนึ่ง นี่คือทรัพย์สินที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้เธอ ถึงแม้ผนังด้านนอกของคฤหาสน์หลังน้อยจะถูกฝนลมกัดเซาะจนดูเก่า แต่เธอก็ส่งแม่บ้านมาทำความสะอาดเป็นระยะๆ ด้านในจึงยังสะอาดอยู่
ซูหว่านผลักประตูรั้ว เปิดไฟในห้องนั่งเล่น หลังจากหย่าแล้ว ที่นี่ก็คือบ้านใหม่ของเธอกับลูกสาว
ซูหว่านโทรศัพท์คุยกับจี้เฟยฟาน จี้เฟยฟานวิเคราะห์ท่าทีของกู้เยี่ยนจือ แล้วบอกให้ซูหว่านอดทน ให้เวลาเขาสักหน่อย
เพราะอย่างไรเสียกู้เยี่ยนจือก็ต้องจัดการรวบรวมทรัพย์สินของเขาก่อน แล้วถึงมาคุยเรื่องการแบ่งทรัพย์สินตอนหย่า
บ่ายวันพฤหัส ซูหว่านมาตรงเวลาเพื่อรับลูกสาว ตอนที่เธอมาถึง ก็พบว่ามีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่สามใบวางอยู่ในห้องนั่งเล่น ข้าวของของฉินเจียอิงสำหรับไปต่างประเทศจัดเรียบร้อยแล้ว
