กู่หมิงยานรู้สึกว่าถูกบีบแก้มเบา ๆ รูม่านตาพลันเบิกกว้าง ในความทรงจำของเขาไม่เคยมีใครแตะใบหน้าเขาแบบนี้มาก่อน แม้แต่พ่อแม่ของเขาก็ยังไม่เคย
เมื่อได้ยินคำพูดของซีวหยวนจือ กู่หมิงยานก็พลันนึกขึ้นได้ว่าตนเพิ่งทำเรื่องอะไรเด็ก ๆ ลงไป ขณะที่กำลังคิดจะลุกหนี เขาก็ได้ยินประโยคต่อมาพอดี นิ้วจึงสอดเข้าไปใต้ชายเสื้อของหญิงสาวโดยไม่รู้ตัว
สัมผัสเนียนละเอียดใต้ปลายนิ้วทำให้เขาลูบคลำอย่างเพลิดเพลิน ผิวทั้งเนียนทั้งเย็นสบายขนาดนี้ จะมีเหงื่อออกได้อย่างไร?
คงจงใจพูดแบบนั้นเพราะไม่อยากให้เขาแนบชิดกับเธอแน่ ๆ
คิดได้ดังนั้น กู่หมิงยานก็ยืดตัวตรง เว้นระยะห่างจากซีวหยวนจือ สีหน้ากลับไปเรียบเฉยเหมือนก่อนหน้า
ซีวหยวนจือมองชายหนุ่มที่เดินไปนั่งลงบนเตียงฝั่งตรงข้าม เลิกคิ้วเล็กน้อยแล้วอ่านหนังสือพิมพ์ต่อ ทว่าน้ำเสียงกลับออดอ้อน
“ดูสิ นายก็ยังรังเกียจเหงื่อบนตัวฉันอยู่ดี แตะปุ๊บก็ถอยหนีเลย”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น มือที่ถือหนังสือพิมพ์ของกู่หมิงยานก็ชะงัก เขามองซีวหยวนจือที่มีหนังสือพิมพ์บังหน้าอยู่ แล้วขยับนิ้วที่เพิ่งแตะเอวคอดของหญิงสาวโดยไม่รู้ตัว มีเหงื่อที่ไหนกัน?
“ฉันไปแสดงท่าทีรังเกียจเธอตอนไหน?”
พูดจบ เมื่อเห็นหญิงสาวไม่ตอบสนอง เขาก็เสริมขึ้นอีกประโยค
“งั้นก็มานั่งนี่สิ!”
ซีวหยวนจือได้ยินน้ำเสียงของชายหนุ่มอ่อนลง จึงถือหนังสือพิมพ์เดินไปนั่งบนตักเขาตรง ๆ ยังบิดตัวเล็กน้อย ถอดรองเท้า แล้วขดตัวอยู่ในอ้อมแขนของชายหนุ่ม อ่านเรื่องราวในหนังสือพิมพ์ต่ออย่างสบายใจ
