ซูเยี่ยนเหอยืนอยู่ห่างจากซีวหยวนจือสองก้าว ไม่ได้เข้าไปใกล้กว่านั้น เขามองตามทิศทางที่นกนางนวลบินจากไป ก่อนจะกวาดตามองมือเปล่าของซีวหยวนจือ แล้วเอ่ยให้ความรู้ด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย
“นกนางนวลเป็นนกป่า บนตัวและในของเสียอาจมีเชื้อซัลโมเนลลา อีโคไล และแคมไพโลแบคเตอร์ บางตัวอาจมีเชื้อไวรัสไข้หวัดนกด้วย การใช้มือป้อนอาหารโดยตรง หากน้ำลายหรืออุจจาระสัมผัสบริเวณผิวหนังที่มีแผล ก็มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อ”
ซีวหยวนจือกะพริบตาปริบ ๆ ก้มมองนิ้วที่เพิ่งถูกปีกนกนางนวลปัดผ่าน แล้วเงยหน้ามองซูเยี่ยนเหอ สีหน้าดูงุนงงอยู่บ้าง
“...แล้วไงคะ”
“ก็หมายความว่าเธอควรไปล้างมือ” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง “ใช้สบู่ ถูอย่างน้อยยี่สิบวินาที”
ซีวหยวนจือก้มมองนิ้วมือที่สะอาดเอี่ยมของตัวเอง แล้วมองสีหน้าจริงจังของชายหนุ่ม ก่อนจะอดหัวเราะเบา ๆ ไม่ได้
เธอเงยหน้ามองซูเยี่ยนเหอ ดวงตาดอกท้อเป็นประกายระยิบระยับด้วยรอยยิ้ม
“คุณหมอซู? คุณเป็นหมอเหรอคะ”
ซูเยี่ยนเหอมองซีวหยวนจือที่ไม่ได้เงียบเหมือนเมื่อวาน แถมยังยิ้มอย่างมีความสุข ก่อนจะเบนสายตาหนีและส่งเสียงรับเบา ๆ เป็นคำตอบ
พอได้ยินเสียงรับนั้น ซีวหยวนจือก็ยิ่งยิ้มกว้างขึ้น
“คุณหมอซู แบบนี้ไม่ถือว่าผิดกฎเหรอคะ”
ทีมงานรายการกำชับไว้เป็นพิเศษว่า ก่อนเปิดเผยอาชีพ ห้ามพูดคุยเรื่องนี้กันเป็นการส่วนตัว
ซูเยี่ยนเหอมองผืนทะเลกว้างใหญ่ น้ำเสียงยังคงเรียบเฉย
“ผมไม่ได้พูด”
ซีวหยวนจือเป็นคนเดาออกเอง แล้วถึงเขาจะพูดออกไปแล้วจะเป็นอะไรล่ะ
ซีวหยวนจือได้ยินดังนั้น แววตาก็มีรอยยิ้มบาง ๆ น้ำเสียงอ่อนลง
“คุณตั้งใจมาบอกฉันเหรอคะ”
สีหน้าของซูเยี่ยนเหอไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย
“แค่บังเอิญเดินผ่านมา เห็นคนกำลังป้อนอาหารนกนางนวล ก็เลยเตือนสักหน่อย”
