ซูเยี่ยนเหอถือถุงของ มองจี้อวิ๋นเจิงที่ทำท่าราวกับอยากจะกินเขาเข้าไปทั้งตัวแล้วชะงักเล็กน้อย ก่อนจะเหลือบมองซีวหยวนจือที่ยืนอยู่ข้าง ๆ แล้วถึงค่อยเข้าใจ
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะหลีกทางให้คู่รักคู่นี้ จี้อวิ๋นเจิงก็แทรกตัวเข้ามาด้วยสีหน้ายิ้มแต่ไม่ยิ้ม ยืนคั่นกลางระหว่างเขากับซีวหยวนจือ ดวงตาเต็มไปด้วยความระแวดระวัง ก่อนเอ่ยขึ้น
“พวกเธอเจอกันตรงหน้าประตูเหรอ บังเอิญจัง ฉันก็มาช่วยด้วยแล้วกัน”
พูดพลางยื่นมือไปรับถุงในมือซีวหยวนจือ แถมยังไม่ยอมไปไหน ความหมายชัดเจนว่าเขาจะรอจนซูเยี่ยนเหอไปก่อน ถึงค่อยไป
ซูเยี่ยนเหอมองจี้อวิ๋นเจิงที่ยืนห่างจากเขาแค่ก้าวเดียว เพื่อกั้นระหว่างเขากับซีวหยวนจือ คิ้วขมวดด้วยความไม่พอใจ เป็นอะไรของเขา ยืนชิดขนาดนี้ ไม่กลัวเอาเชื้อโรคบนตัวมาแพร่ให้เขาหรือไง
แต่จี้อวิ๋นเจิงตอนนี้เห็นได้ชัดว่าฟังคำพูดคนไม่รู้เรื่อง ซูเยี่ยนเหอจึงขี้เกียจจะพูดด้วย ได้แต่เดินจากไปอย่างจนใจ แล้วเข้าไปในครัววางอาหารที่ซื้อมาในวันนี้ลง
ส่วนจี้อวิ๋นเจิงมองแผ่นหลังของซูเยี่ยนเหอที่ยอมถอยไปอย่างรู้สถานการณ์ แววตาเต็มไปด้วยความได้ใจ ครั้นหันไปมองซีวหยวนจือ ใบหน้าก็ยังมีรอยยิ้ม ดูภูมิใจราวกับเพิ่งไล่คู่แข่งหัวใจให้พ้นทางได้สำเร็จ
แต่พอเห็นซีวหยวนจือมองเขาตาเป็นประกาย เขาถึงนึกขึ้นได้ว่าทั้งคู่เลิกกันแล้ว รอยยิ้มบนใบหน้าจึงหุบลงทันที ก่อนจะหันหลังเดินเข้าไปในบ้าน พร้อมทิ้งคำพูดที่เหมือนพยายามกลบเกลื่อนเอาไว้ประโยคหนึ่ง
“ก็แค่ช่วยตามสะดวก อย่าคิดมากล่ะ!!”
ซีวหยวนจือมองแผ่นหลังของจี้อวิ๋นเจิงที่ดูร้อนรนเล็กน้อย รอยยิ้มในดวงตาไม่เคยจางหายไป ในความทรงจำของเธอ ทุกครั้งที่อีกฝ่ายเขินอายหรือรู้สึกผิด ก็จะแสดงท่าทางแบบนี้
อีกอย่าง สายตาของซีวหยวนจือเลื่อนไปยังข้อมือข้างที่ชายหนุ่มถือถุงอยู่ ตรงนั้นมีกำไลเพชรแบรนด์หรูสีโรสโกลด์สวมอยู่ วงเดียวกับที่ข้อมือของเธอ ด้านในยังสลักชื่อภาษาอังกฤษและวันเกิดของทั้งคู่ไว้ด้วย
