คืนนั้น ณ คฤหาสน์เก่าตระกูลปั๋ว
งานฉลองวันเกิดครบรอบแปดสิบปีของท่านปู่ปั๋ว รถหรูจอดเรียงรายเป็นแถวยาวนอกคฤหาสน์ บรรดาบุคคลสำคัญมีหน้ามีตาในเมืองหลวงแทบจะมาร่วมงานกันครบถ้วน
ภายในคฤหาสน์เต็มไปด้วยเสียงแก้วกระทบกันและเสียงพูดคุย ท่านปู่ปั๋วพาหวังฝูหลินต้อนรับแขก ใบหน้าเปื้อนยิ้มสดใสและสุภาพพอดี
คนที่มีสายตาเฉียบคมต่างดูออกว่า ท่านมองเธอเป็นหลานสะใภ้ ทั้งยังอยากให้เธอปรับตัวกับฐานะคุณนายของตระกูลปั๋วไว้แต่เนิ่น ๆ
เฝิงอู๋ยืนอยู่ใต้ระเบียง สายตาเหลือบมองไปทางประตูไม่หยุด อดถามเสียงเบาไม่ได้ว่า “ท่านจิ่วคิดว่าเธอจะมาไหมครับ?”
โถงด้านหน้าเต็มไปด้วยความครึกครื้น มีเพียงระเบียงยาวสายนี้ที่เงียบสงัด
ปั๋วจิ่วซือนั่งอยู่ตรงรอยต่อระหว่างแสงกับเงา แสงไฟส่องให้เห็นเพียงแนวกรามของเขา
เขาจิบชาอย่างเนิบช้า ไม่ได้ตอบอะไร
หญิงสาวคนหนึ่งแต่งหน้าอย่างประณีต ถือแก้วไวน์เดินเข้ามาหมายจะชวนคุย ปั๋วจิ่วซือปรายตามองเธออย่างเย็นชา หญิงสาวสะดุ้งไปทั้งตัว รีบถือแก้วไวน์เดินหนีไปทันที
แขกเริ่มนั่งประจำที่ ท่านปู่ปั๋วยกแก้วขึ้น แนะนำหวังฝูหลินที่อยู่ข้างกายให้ทุกคนรู้จัก “ถือโอกาสนี้ ผมขอประกาศเรื่องหนึ่ง สาวคนนี้คือคุณหนูตระกูลหวัง เป็นว่าที่สะใภ้ของตระกูลปั๋ว...”
ในเวลานั้นเอง เสียงใสกังวานก็ดังขึ้นจากหน้าประตูใหญ่
“ขอโทษนะคะ ฉันมาสาย”
เสียงนั้นขัดจังหวะท่านปู่ปั๋ว ทั้งยังดึงสายตาของทุกคนที่จับจ้องอยู่บนตัวหวังฝูหลินให้หันไปทางต้นเสียง
ภายในสวนสว่างไสวไปด้วยแสงไฟ
เนี่ยจิงจือสวมชุดกระโปรงยาวสีขาวเรียบ ไม่มีเครื่องประดับตกแต่ง ผมยาวดำขลับเกล้าขึ้นลวก ๆ ด้วยปิ่นเรียบ ๆ เพียงอันเดียว เดินเข้ามาในสายตาทุกคนอย่างงดงามเย็นชา
