“ร่วมมือกัน?”
ปั๋วจิ่วซือแค่นเสียง “ใครก็มีคุณสมบัติมาร่วมมือกับฉันได้งั้นเหรอ?”
บนโลกนี้ยังไม่เคยมีใครกล้าต่อรองเงื่อนไขกับปั๋วจิ่วซือ
รอยยิ้มของเนี่ยจิงจือชะงักไปเล็กน้อย เธอมองเขาอย่างไม่ใส่ใจ “ฉันไม่มีคุณสมบัติ แล้วท่านจิ่วคิดว่าใครมีล่ะ?”
ริมฝีปากบางของปั๋วจิ่วซือเม้มเข้าหากันช้า ๆ ชั่วขณะนั้นเขากลับนึกไม่ออกจริง ๆ ว่าจะมีใครเหมาะสมกว่าเธอ
“เลิกดื้อได้แล้วค่ะ ท่านจิ่ว ทั่วทั้งโลกนี้ไม่มีใครเหมาะเท่าฉันอีกแล้ว”
ปั๋วจิ่วซือรำคาญท่าทางมั่นอกมั่นใจของเธออย่างยิ่ง เขาตวัดสายตาเย็นชาใส่แล้วเยาะเย้ย “ใครให้ความมั่นใจเธอขนาดนั้น?”
“ก็คุณไงคะ”
เนี่ยจิงจือรู้ว่าเขายังติดใจเรื่องคืนนั้น เธอค่อย ๆ เอื้อมมือไปวางบนตักเขา ก่อนลดน้ำเสียงอ่อนลง “ถ้าคุณยังใจแคบ คิดเล็กคิดน้อยเรื่องคืนนั้น ฉันขอโทษก็ได้ค่ะ เรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว อย่างมาก…ฉันก็ยอมให้คุณนอนกับฉันเอาคืน”
คนขับรถกับเฝิงอู๋ที่นั่งอยู่แถวหน้าพากันหน้าแดงร้อนผ่าวไปถึงใบหู
ผู้หญิงคนนี้กล้าพูดได้ทุกเรื่องจริง ๆ!
“คิดว่าตัวเองฉลาดนักหรือไง”
ปั๋วจิ่วซือปัดมือเธอออก น้ำเสียงเย็นชา “ฉันไม่ร่วมมือกับคนโง่”
เนี่ยจิงจือหน้าเคร่งลง “คุณพูดว่าอะไรนะ? เมื่อกี้คุณยังชมฉันอยู่เลย…”
“ก็เพื่อให้เธอหุบปาก เธอเสียงดังเกินไป” เขาเบือนหน้าหนีอย่างไม่แยแส กลับไปทำท่าเย็นชาราวกับไม่สนใจใครอีกครั้ง
เนี่ยจิงจือมองใบหน้าเย็นชาของเขา พลันเข้าใจขึ้นมา
ผู้ชายคนนี้ไม่ได้ไม่ต้องการเธอ
เขาแค่ไม่อยากให้เธอสมใจ แถมยังไม่ยอมรับว่าหวั่นไหวกับเธอ
ขี้ใจน้อย ทั้งยังปากแข็งสุด ๆ
เธอถอนหายใจ สายตาหยุดอยู่ที่มือซึ่งวางซ้อนกันของเขา
มือซ้ายของเขาวางทับหลังมือขวา ปลายนิ้วลูบคลำลูกประคำที่ข้อมือเบา ๆ
