“ชิงฉือ หวยอวี๋ หวยจิ่น ขอให้เปิดร้านวันแรกเป็นไปอย่างราบรื่นนะ”
ฟู่ซือเหนียนยืนอยู่ตรงหน้าประตู ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน สายตากวาดมองทุกคนทีละคน ก่อนจะหยุดอยู่ที่ร่างซึ่งห่อหุ้มมิดชิด น้ำเสียงแฝงความสงสัยอยู่เล็กน้อย
“คุณคนนี้คือ...”
จะว่าเขาจำไม่ได้ก็ไม่แปลก
ตอนนี้สวีมี่สวมหน้ากากปิดมิดชิด แถมยังสวมแว่นกันแดดอันใหญ่ไว้บนสันจมูก ใบหน้าจึงถูกปิดบังแทบมิด
ชุดที่แต่งมาดูไม่เหมือนคนมาร่วมงานเปิดร้านสักนิด กลับเหมือนคนมาลักขโมยเสียมากกว่า
“คุณคือ...ฟู่ซือเหนียนเหรอ?”
น้ำเสียงของสวีมี่เจือความประหลาดใจอยู่เล็กน้อย
สวีมี่ได้ยินเสิ่นชิงฉือพูดถึงฟู่ซือเหนียนอยู่บ่อย ๆ จึงรู้ว่าเขาเป็นลูกพี่ลูกน้องของฟู่ซือเหิง
แต่ไม่คิดเลยว่าแวบแรกที่เห็น ทั้งสองคนจะดูคล้ายกันถึงห้าหกส่วน
ทว่าพอมองอีกสักสองครั้งก็แยกความแตกต่างได้ ไม่ว่าจะเป็นบุคลิก สีหน้า หรือรายละเอียดเล็ก ๆ บริเวณคิ้วและดวงตา ล้วนแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
หลังสวีมี่ถอดแว่นออก ฟู่ซือเหนียนก็จำเธอได้เช่นกัน เขาพยักหน้าให้อย่างสุภาพ “คุณสวี”
“คุณอาฟู่!”
ดวงตาของเสิ่นหวยอวี๋เป็นประกาย เธอวิ่งเหยาะ ๆ เข้าไปหา ชูเมนูที่เขียนชื่อเครื่องดื่มไว้เต็มแผ่นขึ้นมา แล้วเงยหน้าฉีกยิ้มราวกับดอกไม้บาน
“คุณอาก็มาร่วมงานเปิดร้านของหนูด้วยเหรอคะ วันนี้อยากดื่มอะไร หนูเลี้ยงเอง!”
สวีมี่ได้ยินแล้วจึงแกล้งเบ้ปาก พูดเสียงกระเง้ากระงอด
“คนดีของอา หวยอวี๋ เมื่อกี้หนูยังไม่ถามอาเลยว่าอยากดื่มอะไร ทำไมพอคุณอาฟู่มาถึงถึงได้ต้อนรับอย่างกระตือรือร้นขนาดนี้ อาหึงแล้วนะ”
เสิ่นหวยอวี๋ชะงักไป ก่อนจะร้อง “อุ๊ย” แล้วรีบวิ่งไปอยู่ข้างสวีมี่ กอดแขนเธอเขย่าไปมาอย่างออดอ้อน
