“หวยอวี๋ ไม่ต้องขอโทษ!”
เสิ่นชิงฉือรีบร้อนมาถึงทันเห็นเหตุการณ์ตั้งแต่ตอนอยู่หน้าประตู ผู้ใหญ่สามคนยังไม่ทันรู้เรื่องราวว่าเกิดอะไรขึ้น ก็พากันบีบบังคับให้เด็กห้าขวบขอโทษคนอื่นเสียแล้ว
เธอก้าวเข้าไปอย่างรวดเร็ว แล้วดึงเสิ่นหวยอวี๋เข้ามากอด
พอเห็นคุณแม่มา เสิ่นหวยอวี๋ก็ปล่อยโฮออกมาในที่สุด ก่อนจะซุกหน้าเข้ากับอ้อมอกของเสิ่นชิงฉือ ร่างเล็กสั่นสะท้านเป็นระยะ
“คุณแม่... หนูไม่ได้ตีใครนะ... เถียนเถียนพูดไม่ดีเกี่ยวกับหนูก่อน แล้วยังบอกว่า... บอกว่าคุณแม่เป็นผู้หญิงไม่ดี... พี่ชายให้เธอขอโทษ แต่เธอไม่ยอม แถมยังลงมือข่วนพวกเราก่อนด้วย...”
“หนูไม่ได้รังแกเธอจริง ๆ นะ... ฮือ... ฮือ...”
ตั้งแต่เกิดมาจนถึงตอนนี้ หวยอวี๋เป็นเด็กสดใสร่าเริงมาโดยตลอด ต่อให้ดึกดื่นมีไข้สูงจนเบลอไปหมด ยังปลอบใจเธอได้ ต่อให้หกล้มตอนขี่จักรยาน ก็ยังยิ้มแล้วบอกว่าไม่เป็นไร เธอไม่เคยเห็นลูกสาวร้องไห้หนักขนาดนี้มาก่อน
เสิ่นชิงฉือสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พยายามข่มอารมณ์ที่พลุ่งพล่านเอาไว้ ทว่าขอบตากลับแดงก่ำขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่
เธอก้มลงตบไหล่หวยอวี๋เบา ๆ น้ำเสียงสั่นพร่าเล็กน้อย แต่ยังพยายามรักษาความสงบนิ่งไว้
“ไม่เป็นไรนะ เด็กดี แม่อยู่นี่แล้ว”
เธอไม่มีวันยอมให้ใครมารังแกลูกของเธอเด็ดขาด
เธอยืดตัวขึ้น ก่อนเงยหน้ามองคุณครูหวังซึ่งเป็นครูประจำชั้น แววตาเย็นเยียบลง
“คุณครูหวังคะ ขอทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดได้ไหมคะ?”
คุณครูหวังอึกอัก หลบสายตา นิ้วมือขยำกันอย่างประหม่า
“คุณเสิ่น... คือว่า... เถียนเถียนบอกว่าเสิ่นหวยอวี๋จะบังคับเอาดินสอสีของเธอไป แต่เธอไม่ยอมให้ หวยอวี๋ก็เลยด่าเถียนเถียน แล้วยังปาข้าวของลงพื้นด้วย หลังจากนั้นพอโมโหขึ้นมา ก็ลงมือตีเธอ...”
