เอ้อโหลวควรรู้ตั้งนานแล้วว่าพึ่งพาคนทางการไม่ได้ ไม่ควรคาดหวังมากเกินไป
เดิมทีเขาควรได้รับรางวัลเป็นโอสถหนึ่งเม็ด แต่พอตกถึงมือขุนนางเมืองแล้ว ก็ไม่มีทางได้คืนมาอีก
โชคดีที่ซือหม่าอี้เชิญท่านลุงออกหน้าไปเจรจากับขุนนางเมือง
ท้ายที่สุดเอ้อโหลวจึงยอมสละโอสถด้วยความสมัครใจ วิงวอนขุนนางเมืองอย่างจริงใจ ขอแลกโอสถกับภูเขารกร้างสองลูก
เดิมทีขุนนางเมืองไม่อยากได้โอสถ แต่เมื่อเห็นว่าเอ้อโหลวมีใจจริงใจ เขาจึงจำต้องรับไว้ด้วยความฝืนใจ
เอ้อโหลวย่อมไม่ลืมแสดงความสำนึกบุญคุณ
คนอื่น ๆ ต่างก็อดชูนิ้วโป้ง กล่าวชมไม่ได้ว่า ขุนนางเมืองช่างมีคุณธรรม รักราษฎรดุจบุตร!
ภูเขารกร้างสองลูกนี้อยู่ด้านหลังภูเขาปากอสรพิษ ที่นี่มีภูเขารกร้างทอดต่อเนื่องกันกว่าสิบลูกกินระยะทางกว่าสิบลี้ ล้วนเป็นที่ดินของขุนนางเมือง
ที่ดินทำนองเดียวกันนี้ ในมือขุนนางเมืองยังมีอีกมาก
ภูเขารกร้างสองลูกนี้อยู่ติดกับภูเขาปากอสรพิษ มีพื้นที่กว้างใหญ่กว่ามาก ทั้งภูมิประเทศยังราบเรียบกว่า
แต่ภูเขารกร้างเช่นนี้ เมื่อเทียบกับโอสถของผู้บำเพ็ญเซียนแล้ว ย่อมไม่ควรค่าแก่การกล่าวถึง
ถึงกระนั้น นี่ก็นับเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดแล้ว
อย่างน้อยก็ได้ภูเขารกร้างมาสองลูก ก่อนหน้านี้เขาอยากทำบางอย่างตามอย่างเจ้าของหมู่บ้านติง แต่กลับไม่มีสถานที่ให้ลงมือ
ซือหม่าอี้ยื่นโฉนดที่ดินซึ่งประทับตราทางการให้เอ้อโหลว
“เจ้าคิดจะบุกเบิกที่ดินทำไร่นาหรือ?”
“อืม ยามนี้มีผู้ลี้ภัยมากมาย ล้วนไม่มีงานทำ ให้พวกเขามาช่วยข้าบุกเบิกที่ดินเสียดีกว่า”
“เริ่มถางที่ดินผืนตรงเชิงเขาก่อนเถิด พื้นที่กว้างใหญ่เพียงนั้น หากปล่อยรกร้างให้หญ้าขึ้น ช่างน่าเสียดายยิ่ง...”
เอ้อโหลวเล่าความคิดของตนออกมาตามจริง ยิ่งพูดก็ยิ่งกระตือรือร้น ดวงตาเป็นประกายเจิดจ้า
“ข้ายังคิดจะสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่บนยอดเขา เก็บกักน้ำฝนเอาไว้ แล้วค่อยสร้างสระน้ำ...”
“ข้าจะเปลี่ยนภูเขารกร้างเหล่านั้นให้กลายเป็นนาข้าวอุดมสมบูรณ์ทั้งหมด...”
ตั้งแต่ยังเล็ก เขาฝันอยากมีที่ดินเป็นของตนเอง บัดนี้ในที่สุดก็มีภูเขารกร้างขนาดใหญ่ถึงสองลูก ให้เขาปรับเปลี่ยนได้ตามใจ
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีแรงงานจำนวนมาก ขอเพียงมีข้าวให้กินก็พอ