จี้ชางพบว่ากองกำลังกบฏของลัทธินอกรีตขยายใหญ่ขึ้นทุกที จนมีทีท่าว่าจะเหนือกว่าทางการ
เขาจึงคิดจะให้เอ้อโหลวรวบรวมคนใต้บังคับบัญชาจัดตั้งเป็นกองทัพ เพื่อกวาดล้างกบฏ
เอ้อโหลวไม่แม้แต่จะคิดก็ปฏิเสธทันที เขาไม่อยากทำงานให้ทางการ
คน 2,000 คนที่เขารวบรวมได้จากการกำจัดฝูงตั๊กแตนครั้งก่อน เขาก็อุตส่าห์ฝึกฝนมาอย่างดี ปกติตัวเขาเองยังไม่ยอมฆ่าทิ้งง่าย ๆ ทั้งยังแบ่งปันของดีให้ลูกน้องไม่น้อย
ทั้งที่สร้างคุณูปการใหญ่หลวงให้ทั่วอำเภออันชาง สุดท้ายกลับถูกขุนนางเมืองใช้เป็นเหยื่อล่อ สังเวยชีวิตไปจนหมด
ตัวเขาเองยังถูกขุนนางเมืองจับเข้าคุก หากซือหม่าอี้ไม่ช่วยไว้ คงออกมาไม่ได้
ภาพเหตุการณ์ในอดีตยังแจ่มชัด เอ้อโหลวย่อมไม่คิดกระโจนลงหลุมไฟอีกครั้ง
ทางการเช่นนั้นจะถูกกำจัดหรือไม่ก็ช่างหัวมัน หากไม่มีอยู่เสียยังจะดีกว่า
“คราวนี้ข้าออกหนังสือรับสภาพหนี้ให้เจ้าได้ใบหนึ่ง เป็นจำนวนมหาศาล สนใจหรือไม่?”
จี้ชางยังคิดล่อลวงเขาดูสักหน่อย จากที่รู้จักเอ้อโหลว เจ้าหมอนี่ขึ้นชื่อว่าเห็นเงินสำคัญกว่าชีวิต
“โอสถวิญญาณ สมุนไพรวิญญาณ หินวิญญาณ ศาสตราวิเศษ เคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียร ที่ดิน เรือนในเมืองหลวงแคว้น หรือแม้แต่แนะนำให้เจ้าเป็นขุนนางชั้นผู้น้อยก็ยังได้”
จี้ชางไล่เรียงเงื่อนไขเย้ายวนใจสารพัด
เอาตามตรง เมื่อได้ยินเงื่อนไขเหล่านี้ เอ้อโหลวก็ใจเต้นแรงไปนานแล้ว
นอกจากการเป็นขุนนาง ข้ออื่นล้วนเป็นสิ่งที่เขาอยากได้ทั้งนั้น
ครั้งก่อนเขาต้องอ้อมไปอ้อมมา เสียเงินทองมากมายกว่าจะได้โอสถมาหนึ่งเม็ด
ส่วนสมุนไพรวิญญาณนั้น หากภายหน้าเขาคิดหลอมโอสถ ก็ต้องใช้สมุนไพรหลากชนิด เป็นสิ่งที่เขาต้องการอย่างเร่งด่วนเช่นกัน
สำหรับหินวิญญาณ เขายังไม่เคยเห็นของจริง
เขาเคยอ่านพบเพียงในตำรา ว่าในยุคบำเพ็ญเซียนโบราณ หินวิญญาณเป็นสื่อกลางที่ผู้บำเพ็ญใช้แลกเปลี่ยนซื้อขายกัน
แต่สิ่งนี้เป็นทรัพยากรที่เกิดขึ้นใหม่ไม่ได้ ยิ่งใช้มาก ผลผลิตก็ยิ่งลดน้อยลง
บัดนี้สายแร่หินวิญญาณทั้งหมดอยู่ในกำมือราชวงศ์ต้าโจว สามัญชนไม่มีโอกาสได้สัมผัส
ส่วนศาสตราวิเศษกับเคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียร ยิ่งเป็นสมบัติล้ำค่าที่ทุกคนปรารถนา