ผู้อาวุโสใช้ยันต์เสร็จ ร่างก็พลันหายวับไปอย่างไร้ร่องรอย
เอ้อโหลวแผ่ญาณออกไปจนสุดกำลัง ทว่ากลับหาร่องรอยของอีกฝ่ายไม่พบ
เขาฟาดกระบี่ติดต่อกันหลายครั้ง แต่ก็ไม่ถูกตัวอีกฝ่ายแม้แต่น้อย
เมื่อก่อนเขาชอบแปะยันต์ล่องหนเพื่อขโมยของที่สุด คิดไม่ถึงว่าวันนี้ตนจะต้องเผชิญศัตรูเช่นนี้บ้าง
ศัตรูซ่อนตัวอยู่ในที่มืด อาจลอบจู่โจมเขาได้ทุกเมื่อ
เอ้อโหลวยืนนิ่งกำกระบี่ แผ่ญาณออกจนเต็มกำลัง ระวังรอบตัวในรัศมีหลายฉื่ออย่างสุดกำลัง
บรรยากาศเงียบสงัดราวกับความตายอยู่ชั่วขณะหนึ่ง
“หึ่ง ๆ ๆ…”
แมลงบินตัวหนึ่งวนรอบเอ้อโหลวหลายรอบ หาที่ลงปากไม่ได้เสียที สุดท้ายจึงบินจากไปอย่างอาลัยอาวรณ์
ในจังหวะนั้นเอง ตำแหน่งห่างจากเขาไปสามฉื่อทางด้านข้าง ตรงจุดที่แมลงตัวน้อยบินผ่าน คล้ายกับชนเข้ากับบางสิ่ง
“ตูม!”
“ตูม ๆ ๆ…”
เอ้อโหลวลงมือฉับไว ฟันกระบี่ไปทางที่แมลงตัวน้อยบินผ่านติดต่อกันสิบกว่าครั้ง
เวลาเดียวกัน ผู้อาวุโสลัทธินอกรีตก็ลงมืออย่างเด็ดขาด กระบี่เหินในมือแทงเข้าใส่เอ้อโหลวอย่างรวดเร็ว
ทั้งสองลงมือแทบจะพร้อมกัน อีกทั้งยังอยู่ใกล้กันมาก
การต่อสู้ระยะประชิดเป็นข้อได้เปรียบของเอ้อโหลว กระบี่เหินของผู้อาวุโสถูกฟันกระเด็น ทั้งยังถูกเขาฟันแขนข้างหนึ่งขาดไปอีก
ผู้อาวุโสถูกฟันหนึ่งกระบี่ แต่โชคดีรอดตายมาได้ เมื่อรู้ว่าตนสู้ไม่ได้ก็ไม่ลังเลแม้แต่น้อย รีบใช้วิชาเหินลมหนีไปทางด้านหลัง
เพียงกระโดดพุ่งครั้งเดียว เขาก็ข้ามพุ่มหนามเหล็กไปได้ จากนั้นไม่แม้แต่จะหันมอง แล้วกระโจนลงหน้าผา
แต่เอ้อโหลวมีห่านอยู่ ต่อให้หนีก็หนีไปได้ไม่ไกล
ห่านตัวใหญ่หลายตัวโฉบลงจากฟ้าเข้าใส่เขาแล้ว
กลางอากาศ ผู้อาวุโสกับห่านตัวใหญ่ต่อสู้กันอย่างดุเดือดอยู่พักใหญ่
ปีกห่านกรีดเป็นแผลหลายแห่งบนร่างผู้อาวุโส ส่วนขนของห่านก็ถูกตีร่วงไปหลายสิบเส้น
ตุ้บ…
ผู้อาวุโสร่วงกระแทกพื้น ลมหายใจรวยริน
เมื่อเห็นห่านบนฟ้าโฉบลงมาอีกครั้ง เขาก็รู้สึกว่าคราวนี้คงหนีความตายไม่พ้น
ขณะที่ผู้อาวุโสหลับตารอความตาย จู่ ๆ ก็มีมือหนึ่งคลำมาถึงร่างเขา
“อาจารย์!”
“อาจารย์ อย่าส่งเสียง ข้าจะพาท่านไป”
ที่แท้ก็คือจางโหยวซิ่น