ซือหม่าตงถือดาบเอวไว้ในมือ ฟันดาบแรกสังหารพี่ชายแท้ ๆ ผู้รักและเอ็นดูเขามากที่สุด
ครั้นกวัดแกว่งดาบฟันคนอื่นต่อ ก็ไม่รู้สึกหนักใจนักแล้ว
ฆ่าคนหนึ่งก็ฆ่า ฆ่าสองคน สามคน หรือหลายสิบคนก็ฆ่าเหมือนกัน
ไม่ว่าจะเป็นอา ลุง ปู่ หรือพี่น้อง...
อย่างไรก็ต้องตายอยู่ดี ตายด้วยมือใครก็ไม่ต่างกัน
เมื่อร่างกายเปื้อนเลือดไปทั้งตัว เขาก็ถือดาบเดินมาหยุดตรงหน้าซือหม่าอี้ โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ยกดาบขึ้นหมายจะฟันลงไป
“หยุดมือ!”
ซือหม่าตงชะงักดาบในมือ แล้วหันไปมองทางต้นเสียง
ที่แท้ก็เป็นขอทานตัวน้อยคนหนึ่งซึ่งเบียดอยู่ในฝูงชน
“เจ้าขอทาน มีธุระอันใด?”
ขุนนางเมืองเพิ่งได้รับการยกย่องจากชาวเมืองทั้งเมืองว่าเป็นขุนนางผู้เที่ยงธรรม จึงยังอยากรักษาภาพลักษณ์ขุนนางผู้เที่ยงธรรมเอาไว้
ยามนี้เขาจึงไม่ขุ่นเคือง คิดว่าขอทานตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งคงก่อคลื่นลมอันใดไม่ได้มากนัก
ขอทานตัวน้อยเหลือบมองไปด้านหลังอย่างไม่ตั้งใจ เมื่อไม่เห็นเงาของสหายอยู่หลายคน จึงเริ่มกล่าวขึ้นว่า
“เรียนใต้เท้าเจ้าเมือง คนในตระกูลซือหม่าคนอื่นอาจมีความผิดฐานฉ้อฉล ทว่าคุณชายซือหม่าผู้นี้มีจิตใจเมตตายิ่งนัก”
“เขามักแจกโจ๊กแก่ชาวเมืองที่หิวโหย และรักษาโรคให้ชาวบ้านยากจนโดยคิดเงินน้อย หรือไม่คิดเงินเลย”
“คนในที่นี้หลายคนคงเคยได้รับความช่วยเหลือจากคุณชายซือหม่ามาก่อน”
“ข้าน้อยบังอาจ ขอให้ใต้เท้าเจ้าเมืองเมตตาไว้ชีวิตคุณชายซือหม่า”
ถ้อยคำของขอทานทำให้ผู้คนจำนวนมากค่อย ๆ เรียกสติกลับคืนจากความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่
เป็นความจริง ในหมู่พวกเขามีคนไม่น้อยที่เคยกินโจ๊กซึ่งคุณชายซือหม่านำมาแจก ช่วยให้ผ่านพ้นวันเวลาที่ยากลำบากที่สุดมาได้