เช้าวันหนึ่งที่แสงแดดเจิดจ้า เรือเหาะลำหนึ่งซึ่งมีขนาดใหญ่ยิ่งกว่าบ้านก็ร่อนลงเบื้องหน้าภูเขาปากอสรพิษ
ภาพนี้ทำให้ชาวบ้านในละแวกภูเขาปากอสรพิษตื่นตะลึงกันถ้วนหน้า
พวกเขาไม่เคยเห็นบ้านหลังใหญ่โอ่อ่าหรูหราเช่นนี้มาก่อน ยิ่งไม่เคยเห็นบ้านหลังใหญ่ที่เหินฟ้าได้
รอบบ้านทรงเรือมีผู้บำเพ็ญขั้นสร้างรากฐานสวมเกราะทองยืนอยู่หลายคน
เกราะทองบนร่างเปล่งประกายเจิดจ้ากลางแสงตะวัน จนผู้คนแทบลืมตาไม่ขึ้น
เรือเหาะจอดอยู่ใต้ภูเขาปากอสรพิษเพียงชั่วครู่ก็ทะยานจากไป
เวลาเพียงชั่วครู่นั้นกลับกลายเป็นความทรงจำที่ผู้คนเหล่านี้ไม่อาจลืมเลือนไปชั่วชีวิต ทั้งยังนำไปคุยโวได้อีกหลายชั่วคน
กระทั่งหลายร้อยปีให้หลัง ผู้เฒ่าในถิ่นนั้นยังเล่าให้คนรุ่นหลังฟังว่า ในอดีตเคยมีบ้านหลังงามเหินฟ้าผ่านมา กระเบื้องบนหลังคาล้วนทำจากทองคำ
จี้ชางมาอย่างเงียบเชียบ แต่จากไปอย่างสง่างามยิ่งใหญ่
เอ้อโหลวได้ประจักษ์แก่ตาตนเองแล้วว่า ท่วงท่าของเชื้อพระวงศ์เป็นเช่นไร
ทหารเกราะทองขั้นสร้างรากฐานหลายคนที่ยืนประดับอยู่บนเรือเหาะนั้น เกราะทองเป็นศาสตราวิเศษ อาวุธในมือก็เป็นศาสตราวิเศษ แม้แต่กางเกง รองเท้าและหมวกล้วนเป็นศาสตราวิเศษทั้งสิ้น
ชุดเกราะอุปกรณ์ระยิบระยับทั้งร่าง ต่อให้ขายอำเภออันชางทั้งอำเภอก็ยังแลกมาไม่ได้สักชุด
คนเหล่านี้เป็นเพียงของประดับที่วางไว้ด้านนอกเรือเหาะ เพื่อให้ดูงดงามขึ้นเท่านั้น
ด้วยพลังขั้นฝึกลมปราณอันต่ำต้อยของเอ้อโหลว หากติดตามจี้ชางไปยังเมืองหลวง เกรงว่าแม้แต่การเป็นของประดับจวนอ๋องฉีก็ยังไม่มีคุณสมบัติ
รูปร่างมอมแมมไม่น่าดู แถมมีพลังเพียงขั้นฝึกลมปราณ บางทีคงทำได้แค่กวาดห้องส้วม เลี้ยงหมู ก่อไฟ ผ่าฟืนให้อ๋องฉี
จะสู้การเป็นเจ้าหนี้ของอ๋องฉีอย่างทุกวันนี้ได้อย่างไร
จี้ชางพาซือหม่าอี้ไปด้วย ส่วนซือหม่าอี้ก็ฉวยโอกาสพาเสี่ยวเอ้อจื่อไปด้วย ช่างเป็นหญิงสาวที่โตแล้วก็ไม่อยู่เรือนจริง ๆ
ทว่า ก่อนจากไปจี้ชางยังมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้เอ้อโหลวอีกสองอย่าง
อย่างแรกคือที่ดิน ขุนนางเมืองถูกจับกุม ที่นาอันอุดมสมบูรณ์ผืนใหญ่กับภูเขารกร้างซึ่งเดิมเป็นของขุนนางเมือง รวมถึงแปลงวิญญาณผืนใหญ่ในตำบลเฉิงซี ล้วนถูกยกให้เอ้อโหลว