ในที่สุดเอ้อโหลวก็สมัครสอบสำเร็จ เรื่องหนักใจจึงคลี่คลาย ระหว่างเดินทางกลับจากตัวเมือง เขารู้สึกเบาสบายขึ้นมาก
อารมณ์ดีถึงขีดสุด เขาซื้อซาลาเปาไส้เนื้อก้อนโตมาหลายลูก กินไปเดินไปจนปากมันเยิ้ม
เมื่อเดินมาถึงบริเวณที่ป่าทึบแห่งหนึ่ง พลันมีคนหลายคนเร่งฝีเท้าตามมาจากด้านหลัง
“หยุด!”
เอ้อโหลวหันกลับไปมอง พบว่ามีคนตามมาสามคน
หนึ่งในนั้นเขารู้จัก เป็นเจ้าคนอ้วนจากร้านตีดาบกระบี่นั่นเอง
ส่วนอีกสองคน คนหนึ่งเป็นชายวัยกลางคน อีกคนเป็นชายหนุ่ม ทั้งคู่ล้วนไม่คุ้นหน้า
“มีธุระอันใด?”
“ข้าอยากถามว่า ในมือเจ้ายังมีเหรียญทองแดงหรือเงินเช่นนี้อีกหรือไม่?”
เจ้าคนอ้วนพูดพลางหยิบเหรียญทองแดงหนึ่งเหรียญกับเศษเงินก้อนเล็กออกมา
นับแต่เอ้อโหลวบำเพ็ญถึงขั้นสัมผัสปราณ เขาก็สามารถรับรู้ปราณวิญญาณระหว่างฟ้าดินได้
ยามนี้เมื่อเพ่งจิตสัมผัสอย่างละเอียด เขามองออกว่าเหรียญทองแดงกับเศษเงินในมือเจ้าคนอ้วนมีปราณวิญญาณอยู่มากกว่าเดิม
หรือเจ้านี่จะดูออกว่าเงินที่เขาหยิบออกมาจากน้ำเต้าวิเศษเป็นเงินชนิดพิเศษ?
ก่อนหน้านี้ไม่มีใครสังเกตเห็นความแตกต่างของเงินเหล่านี้ เขาจึงเห็นแก่ความสะดวก เก็บเงินไว้ในน้ำเต้าวิเศษเป็นประจำ
ต้องรู้ว่าเงินตำลึงกับเหรียญทองแดงล้วนหนักอึ้ง พกติดตัวจำนวนมากได้ยาก
เหรียญทองแดงหนึ่งพวงหนักเกือบเจ็ดถึงแปดชั่ง พกติดตัวได้สักสิบพวงก็นับว่ามากแล้ว
ทุกครั้งที่ขายยาเพิ่มกำลังแลกเงินได้หลายร้อยตำลึง ก็หนักตั้งหลายสิบชั่ง
พกเงินจำนวนมากไว้กับตัวทั้งหนัก ทั้งยังชักนำโจรปล้นและขโมยได้ง่าย
แต่ถึงจะถูกจับได้ในยามนี้ เขาก็ไม่มีทางยอมรับ
“ข้าไม่มีเงินติดตัว อีกอย่าง เงินพวกนี้ต่างจากเงินทั่วไปตรงไหน?”
“ไอ้หนู อย่ามาทำไขสือ! จงบอกมาตามตรงว่าเงินพวกนี้มาจากไหน ซ่อนเอาไว้ที่ใด?”
ชายหนุ่มที่มากับเจ้าคนอ้วนเห็นได้ชัดว่าไม่มีความอดทน เขาชักกระบี่สั้นออกมาแล้วข่มขู่เสียงดัง
ยามนี้ทั้งสามคนยืนล้อมเอ้อโหลวเป็นรูปสามเหลี่ยม
เมื่อเห็นเอ้อโหลวไม่ตอบ ชายหนุ่มก็สะบัดกระบี่สั้นในมือ แทงเข้าหาลำคอของเขา
เอ้อโหลวเคยต่อสู้กับท่านอ๋องจ้าวมาหลายครั้ง จึงพอมีประสบการณ์อยู่บ้าง เขาชักกระบี่ใหญ่บนหลังออกมาสวนกลับ ฟาดใส่กระบี่สั้นของชายหนุ่ม