เมื่อเอ้อโหลวขี่ห่านตัวใหญ่กลับมาถึงภูเขาปากอสรพิษ เขาก็เหลือบมองอวี่ซานก่อน เห็นอีกฝ่ายกำลังทำงานในไร่อย่างขยันขันแข็ง
จากนั้นก็มองสมุนไพรวิญญาณในแปลงตามความเคยชิน
“เอ๊ะ?”
“เหตุใดสมุนไพรวิญญาณจึงหายไปอีก 2 ต้น!”
เอ้อโหลวยังจำได้ว่าก่อนออกไป เขาเพิ่งตรวจดูมาแท้ ๆ ทว่าพอออกไปข้างนอกกลับมา สมุนไพรวิญญาณ 2 ต้นก็หายไปเสียแล้ว
“อวี่~ซาน……”
“นายท่าน ข้าไม่ได้ขโมยสมุนไพรวิญญาณจริง ๆ!”
อวี่ซานเริ่มแก้ตัวก่อนที่เอ้อโหลวจะลงมือเสียอีก
“ถ้าไม่ใช่เจ้า แล้วจะเป็นใครได้อีก?”
ต่อให้อวี่ซานพูดจาไพเราะเพียงใด เขาก็ไม่เชื่ออีกแล้ว
นับตั้งแต่หลบหนีไปครั้งก่อน อวี่ซานก็สูญเสียความไว้วางใจจากเอ้อโหลวไปจนหมดสิ้น
เมื่อคนมีมลทินแล้ว ก็ล้างไม่ออกตลอดกาล
เอ้อโหลวไม่พูดพร่ำทำเพลง จับอวี่ซานซ้อมเสียยกใหญ่
เมื่อก่อนเจ้าหมอนี่ขี้ขลาดนัก ทุกครั้งที่ถูกตี ก็สารภาพออกมาหมด ทว่าบัดนี้กลับปากแข็ง ไม่ยอมรับเสียอย่างนั้น
คราวนี้จึงถูกซ้อมหนักกว่าเดิม
หลังตีเสร็จ เอ้อโหลวยังปลอบอวี่ซานด้วยถ้อยคำอ่อนโยนอยู่บ้าง
การซ้อมเขาสักยกเป็นเพียงวิธีการ มิใช่จุดมุ่งหมาย
จุดมุ่งหมายที่แท้จริงคือให้เขาสำนึกถึงความผิดของตน แล้วไม่ทำซ้ำอีกในภายหน้า
ตีสักยกได้ผลจริง ๆ หลายวันต่อจากนั้นไม่มีสมุนไพรวิญญาณหายไปอีก
หลายวันมานี้ นับตั้งแต่กลับจากตัวอำเภอ เอ้อโหลวก็จัดเตรียมการเพาะปลูกฤดูใบไม้ผลิ
แผนการทั้งปีอยู่ที่ฤดูใบไม้ผลิ พืชผลหลายชนิดหากพลาดฤดูนี้ไป ก็ต้องรอปีหน้าเท่านั้น
ยามนี้ที่ดินว่างเปล่าในอำเภออันชางมีมากเกินไป ผู้เช่านาไม่พอ ต่อให้ต้องการเพาะปลูกก็ทำไม่ไหว
นอกจากที่ดินซึ่งเอ้อโหลวซื้อจากนายอำเภอคนก่อนแล้ว เขายังทยอยซื้อที่ดินเพิ่มมาอีกหลายผืน
ที่นาในมือมีทั้งหมดกว่าพันชิ่ง หนึ่งชิ่งเท่ากับ 100 หมู่ รวมแล้วมีมากกว่า 100,000 หมู่
นอกจากนี้ยังมีภูเขารกร้างที่ยังไม่ได้บุกเบิกอีกนับไม่ถ้วน
ภูเขารกร้างวางไว้ก่อน เอาเพียงที่ดินกว่า 100,000 หมู่นี้ ก็ต้องใช้แรงงานชายฉกรรจ์อย่างน้อยหลายพันคน หากพาครอบครัวมาด้วยก็ต้องเลี้ยงดูคนถึงหนึ่งหรือสองหมื่น
เดิมทีจำนวนประชากรก็ขาดแคลนอย่างหนัก แต่เขากลับแก้ปัญหาใหญ่นี้ได้โดยไม่คาดคิด