เอ้อโหลวก่อเรื่องขึ้นด้วยตนเอง จึงรู้สึกกระดากใจอยู่บ้าง
เขาซื้อเกลือดำมาจำนวนหนึ่ง ผ้าหยาบหลายพับ และเหล็กก้อนใหญ่สิบกว่าก้อนจากในเมือง แล้วก็ออกจากเมืองในคืนนั้นทันที
แต่คราวนี้นับว่าโชคดีอยู่บ้าง เหล็กที่ซื้อมาเหล่านั้นหนักอย่างน้อยห้าร้อยกว่าชั่ง นำกลับไปก็สามารถหลอมสร้างอาวุธได้อีกมาก
นอกเมืองยังคงมีผู้ลี้ภัยมารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก ทหารถิ่นที่เฝ้าประตูเมืองขวางพวกเขาไว้ ไม่อนุญาตให้เข้าเมือง
ผู้ลี้ภัยบางส่วนกลับเฝ้าอยู่ด้านนอก ไม่ยอมจากไป ทุกคนพาครอบครัวติดตามมา จับกลุ่มกันเป็นหย่อม ๆ คอยระแวดระวังกันและกัน
ข้างทางหลวงมีต้นไม้หลายต้นล้มอยู่ เปลือกไม้ถูกคนลอกไปจนหมด รากไม้ก็ถูกขุดขึ้นมากินจนเกลี้ยงนานแล้ว
ยามนี้ยังมีคนอยู่หลายคนไม่ยอมถอดใจ พากันล้อมต้นไม้ตายเหล่านั้น ใช้ฟันแทะลำต้น
พวกเขากัดเอาเศษไม้มาเคี้ยวช้า ๆ ในปาก ก่อนกลืนลงคออย่างยากลำบาก
ครอบครัวหนึ่งหลบอยู่ตรงมุมอับ กำลังกินอาหารคำโตอย่างลับ ๆ ล่อ ๆ
ที่แท้พวกเขาได้เปลือกไม้สดมาบ้าง ผสมผงตั๊กแตนเข้าไปเล็กน้อยแล้วทำเป็นแผ่นแป้ง กินกันอย่างเอร็ดอร่อย
ไกลออกไป ณ มุมหนึ่ง มีคนหลายคนกำลังชำแหละศพมนุษย์อย่างลับ ๆ ล่อ ๆ
ยามนั้นเอง ครอบครัวสองครอบครัวในฝูงชนก็เปิดฉากตะลุมบอนกันขึ้นมา
“นี่เป็นของข้า...”
“ข้าเจอก่อน...”
“ข้าเป็นคนตีมันตาย...”
ที่แท้ครอบครัวทั้งสองกำลังแย่งหนูตายตัวหนึ่ง ถึงกับลงมือต่อสู้กันอย่างไม่ยั้ง
เมื่อเห็นภาพนี้ เอ้อโหลวก็รู้สึกว่าหนูตายที่โยนลงหม้อต้มแกงไปตัวนั้นช่างเสียของอยู่บ้าง
กลับตกเป็นประโยชน์แก่เจ้าขุนนางเมืองเฒ่านั่นโดยเปล่าประโยชน์