เอ้อโหลวขี่ห่านเหินกลับขึ้นสู่ท้องฟ้าอีกครั้ง ในสายตาของเขา คนทั้งสองกลายเป็นจุดเล็ก ๆ ประหนึ่งมดไปแล้ว
ทั้งสองเคลื่อนที่รวดเร็วเกินไป หากไม่ระวังอาจพลั้งมือทำร้ายชายหนุ่มที่อยู่ข้างหน้าได้
“ยังไม่พอ เจ้าจงทิ้งระยะให้ห่างกว่านี้อีก!”
เมื่อได้ยินเอ้อโหลวตะโกนเสียงดังมาจากบนฟ้า ชายหนุ่มที่กำลังถูกไล่ล่าก็ไม่ถามเหตุผล เพียงขานรับแล้วเร่งความเร็วพุ่งทะยานไปอีกครั้ง
เอ้อโหลวกำลูกธนูบินไว้ในมือหลายดอกตั้งแต่แรก ครั้นสบโอกาสก็เล็งไปยังผีดิบแล้วขว้างลงไปทันที
“ตูม ๆ ๆ...”
ลูกธนูสามดอกร่วงลงพื้น กระแทกจนก้อนหินแตกกระจาย เศษฝุ่นฟุ้งตลบ
“โฮก ๆ ๆ...”
ผีดิบคงตกใจอยู่บ้าง จึงส่งเสียงคำรามลั่น ทว่ากลับไม่ได้รับบาดเจ็บสักเท่าใด
ผีดิบวิ่งเร็วเกินไป ลูกธนูที่ขว้างลงมาจากที่สูงจึงเล็งได้ไม่แม่นยำนัก
กระนั้น เศษหินที่กระเด็นกระดอนก็ช่วยชะลอความเร็วของมันลงได้เล็กน้อย
ระยะห่างระหว่างผีดิบกับชายหนุ่มเพิ่มขึ้นอีกนิด
ชายหนุ่มผู้นั้นก็นับว่ามีไหวพริบ เมื่อเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ เขาจึงจงใจวิ่งไปยังบริเวณที่มีก้อนหินอยู่มาก
จากนั้นลูกธนูบินที่เอ้อโหลวขว้างลงไปแต่ละครั้ง แม้จะไม่ถูกตัวผีดิบเลย
แต่แรงมหาศาลจากการกระแทกก็ทำให้ก้อนหินยักษ์แตกเป็นชิ้น ๆ เศษหินที่กระเด็นขึ้นมาล้วนฟาดใส่ร่างผีดิบ
ร่างผีดิบมีบาดแผลถี่ยิบ ทว่าความเร็วในการเคลื่อนไหวเพียงลดลงเล็กน้อยเท่านั้น มิได้บาดเจ็บถึงชีวิต
“ข้างหน้าทางขวามีป่าหินอยู่แห่งหนึ่ง จงล่อผีดิบเข้าไปในนั้น!”
เอ้อโหลวผ่านแถบนี้อยู่บ่อยครั้ง จึงคุ้นเคยกับภูมิประเทศเป็นอย่างดี
ชายหนุ่มอาจได้รับบาดเจ็บไม่น้อย บัดนี้กัดฟันระเบิดพลังวิ่งไปข้างหน้าอย่างสุดกำลัง ขณะวิ่ง บนร่างยังมีรูเลือดหลายแห่งที่เลือดพุ่งทะลักออกมา
ทว่าผีดิบชื่นชอบกลิ่นคาวเลือดเช่นนี้เป็นที่สุด จึงไล่ตามเขาไม่ลดละ
ในที่สุดชายหนุ่มก็พุ่งเข้าไปในป่าหิน ที่นี่เต็มไปด้วยก้อนหินรูปร่างต่าง ๆ มากมาย หินงอกหลายแท่งสูงสองถึงสามจั้ง
“เร่งความเร็วอีกหน่อย จงทิ้งระยะห่างออกไป!”
เอ้อโหลวตะโกนเสียงดังขณะนั่งอยู่บนหลังห่าน
ชายหนุ่มได้ยินดังนั้นก็ขบกรามแน่น เลือดพุ่งออกจากร่างทั้งตัว ความเร็วเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วนจริง ๆ