“ข้าคือแม่ทัพใหญ่หนิวเอ้อร์ตั้น ใต้บัญชาราชันผ่าฟ้า มาที่นี่เพื่อเกลี้ยกล่อมพวกเจ้าให้ยอมสวามิภักดิ์”
ชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งสวมชุดแม่ทัพใหญ่ เดินมาถึงตีนภูเขาปากอสรพิษแล้วกล่าวเสียงดัง
ชิวเยว่เห็นว่าอย่างไรเสียเขาก็เป็นทูตจากกองโจรภูเขากลุ่มหนึ่ง จึงต้อนรับอย่างดี คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายกลับวางท่าราวกับเป็นแม่ทัพใหญ่อยู่ตลอด
ยามนี้ถึงกับกล่าววาจาโอหัง เรียกร้องให้คนกว่าหนึ่งพันบนภูเขาปากอสรพิษยอมจำนน
“นายทัพของข้ามีกองทัพกล้าแกร่งหลายหมื่น แม่ทัพห้าวหาญในราชสำนักก็มีดุจเมฆา วันหน้าจะบุกเข้านครหลวงเพื่อขึ้นครองราชย์เป็นฮ่องเต้”
“รีบสวามิภักดิ์เสียแต่เนิ่น ๆ นายทัพของข้ายังอาจประทานอนาคตอันรุ่งโรจน์แก่พวกเจ้า”
“ที่นี่มีหญิงสาวงามสะพรั่งอยู่ไม่น้อย สามารถส่งไปเป็นพระสนมของนายทัพได้”
“สตรีหน้าตาอัปลักษณ์อย่างเจ้าซึ่งมีแผลเป็นบนใบหน้า นายทัพของข้าย่อมไม่ชายตาแล ทว่าหนิวเอ้อร์ตั้นผู้นี้ไม่เลือกกิน ยินดีแต่งเจ้าเป็นภรรยา”
หนิวเอ้อร์ตั้นผู้นี้เดิมทีก็เป็นนักเลงหัวไม้ ใช้ชีวิตมาเกินครึ่งค่อนชีวิต ไม่เคยได้เชิดหน้าชูตาสักครั้ง
นับแต่ติดตามราชันผ่าฟ้าก่อกบฏ จนได้ตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ ในที่สุดก็ได้มีหน้ามีตาสักครา รู้สึกประหนึ่งสุสานบรรพชนมีควันเขียวลอยขึ้นมา
ยามนี้พบใครก็ต้องวางท่าขึงขังของแม่ทัพใหญ่
มีเพียงเรื่องเดียวที่ยังไม่สมใจ ใต้บัญชาราชันผ่าฟ้าล้วนเป็นบุรุษ ผ่านมาตั้งนานแล้ว เขายังไม่ได้ภรรยาแม้แต่ครึ่งคน
คราวนี้ได้โอกาสมาเป็นทูต อย่างไรก็ต้องหาภรรยาให้ตนเองสักคน
“ไสหัวไป!”
“ภูเขาปากอสรพิษของเรามีหญิงสาวงามสะพรั่งหลายร้อยคน ทั้งยังมีหญิงที่ออกเรือนแล้วอีกกว่าร้อยคน แต่พวกนางล้วนเป็นคนของนายท่าน”
“กลับไปบอกเจ้าราชันผ่าฟ้าของพวกเจ้า ให้ตัดใจเสียเถิด”