“อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่าแกไปทำอะไรมา จะไปยั่วใครฉันไม่สน แต่ทุกวันต้องเอาเหรียญดาวมาให้ฉันอย่างน้อย 5 เหรียญ ไม่งั้นฉันจะขายแกให้พวกโจรสลัดอวกาศ ได้ยินไหม!”
หลินสือเอ้อร์กุมหน้า พยักหน้าทั้งน้ำตา
หลินอู๋ทั้งตบทั้งด่า ก่อนจะถือเครื่องดื่มสารอาหารของตัวเองเดินจากไป
ก่อนออกไป เขายังตวัดตามองหลินสืออย่างดุดัน เพราะอีกฝ่ายไม่ยอมส่งเหรียญดาวให้ แถมข้อมือยังสวมอุปกรณ์สื่อสารสมองกลที่เพิ่งซื้อมาอีกด้วย
ตอนนี้หลินสือไม่กลัวหลินอู๋แล้วสักนิด เขาดื่มเครื่องดื่มสารอาหารอย่างเอื่อยเฉื่อย โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ถ้าต้องสู้กันจริง ๆ หลินอู๋อาจสู้เขาไม่ได้ด้วยซ้ำ
“ตัวเองยังปลุกพลังพิเศษไม่ได้เลย ยังคิดว่าพวกเราจะปลุกได้อีก ฝันไปเถอะ”
หลินสือไม่ได้ลดเสียงลงเลยสักนิด หลินอู๋ที่อยู่ในห้องด้านในต้องได้ยินแน่
หลินสือลิ่วแอบยกนิ้วโป้งให้หลินสือ
แค่การกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ก็ถูกหลินสือเห็นเข้า เขาเลิกคิ้วมองมา หลินสือลิ่วรีบซ่อนนิ้วโป้งทันที
อุปกรณ์สื่อสารสมองกลนั่น หลินสือคงแอบเก็บเงินมานานแล้ว เพียงแต่อดใจไม่ซื้อสักที ตอนนี้โตขึ้นและมีความสามารถแล้วถึงค่อยซื้อ หรือไม่ก็เพิ่งเอาอุปกรณ์สื่อสารสมองกลออกมาสวม
แน่นอนว่ายังมีวิธีได้อุปกรณ์สื่อสารสมองกลโดยไม่ต้องใช้เหรียญดาว นั่นก็คือมีลูก แค่คลอดลูก สหพันธ์ก็จะจัดหาอุปกรณ์สื่อสารสมองกลให้ฟรีหนึ่งเครื่อง
เห็นได้ชัดว่าหลินสือไม่ได้คิดจะทำแบบนั้น
หลินสือลิ่วนอนอยู่บนเตียง พยายามสะกดจิตตัวเอง ลดน้ำหนัก ลดน้ำหนัก นี่คือการลดน้ำหนัก ฉันตั้งใจลดน้ำหนักเอง
“สือลิ่ว มานี่ ฉันแบ่งไว้ให้เธอนิดหน่อย”
หลินสืออู่ถือเครื่องดื่มสารอาหารส่วนของตัวเองเดินเข้ามา พอหลินสือลิ่วได้กลิ่นก็รีบลุกขึ้น
หลินสืออู่ยิ้มกว้างแล้วยื่นเครื่องดื่มสารอาหารให้ ทว่าหลินสือลิ่วเห็นหลินสือซื่อกำลังวิ่งมาทางเธอแล้ว
หลินสือลิ่วรีบรับเครื่องดื่มมา ก่อนจะกรอกเข้าปากหลินสืออู่ด้วยความเร็วสูงสุด
เดิมทีหลินสืออู่ยังคิดจะปฏิเสธ แต่พอเครื่องดื่มสารอาหารเข้าปาก ร่างกายก็กลืนลงไปเองตามสัญชาตญาณ!
ก็ใช่น่ะสิ เครื่องดื่มสารอาหารหนึ่งถุงเป็นปริมาณสำหรับคนเดียว เอามาผสมน้ำให้หกคนกิน จะอิ่มได้ยังไง หลินอู๋แค่ต้องการให้พวกเขามีชีวิตอยู่ก็พอ
ตราบใดที่พวกเขายังมีชีวิต เขาก็ไม่ต้องทำอะไรเลย แถมยังได้เงินคนละ 50 เหรียญดาวทุกเดือน
หลินสืออู่กลืนเครื่องดื่มสารอาหารหยดสุดท้ายลงไป แล้วหันมองหลินสือลิ่ว!
“สือลิ่ว ทำไมถึงยกให้ฉันกินล่ะ?”
หลินสือซื่อที่แย่งเครื่องดื่มสารอาหารไม่ทันถลึงตาใส่หลินสือลิ่ว เธอแสร้งยิ้มอย่างอ่อนแอ
“พี่สืออู่กินเถอะ! ฉันไม่หิว”
เมื่อครู่ตอนหลินสืออู่ยื่นเครื่องดื่มสารอาหารให้ ร่างกายของเธอไม่ได้อยากดื่มเลย แต่กลับรู้สึกคลื่นไส้จนแทบกลั้นไม่อยู่
เธอกลัวว่าถ้าไม่รีบทำอะไรสักอย่าง ต่อให้หลินสือซื่อไม่แย่งไป เธอก็คงอาเจียนออกมาอยู่ดี
หลินสือลิ่วอยากตบปากตัวเองจริง ๆ สถานการณ์แบบนี้แล้วยังจะเลือกกินอีก
หลินสืออู่ลูบหัวหลินสือลิ่ว
“สือลิ่วน่ารักจริง ๆ!”
หลินสือลิ่วถึงกับไม่รู้จะพูดอะไรดี
หลินสืออู่อายุมากกว่าเธอ 3 ปี เพิ่งอายุ 6 ขวบแท้ ๆ แต่กลับคอยดูแลเธอทุกเรื่อง
หลินสืออู่ปีนขึ้นเตียงเล็กอย่างคล่องแคล่ว กอดหลินสือลิ่วไว้ แล้วใช้มือตบหลังเบา ๆ ขาข้างหนึ่งยังหนีบเท้าเล็ก ๆ ที่เย็นเฉียบของหลินสือลิ่วไว้ด้วย
หลินสือซื่อไม่ได้อะไรติดมือไป จึงผลักหลังหลินสืออู่อย่างหงุดหงิด หลินสืออู่กอดหลินสือลิ่วขยับไปข้างหน้าสองสามที
หลินสือซื่อผลักหลินสืออู่แล้วก็วิ่งไปนอนกับหลินสืออี
หนิวลี่ลี่ดื่มเครื่องดื่มสารอาหารในชามหมดแล้ว ก็หยิบอีกถุงมาดื่มต่อ ส่วนที่ว่าเหตุใดเธอถึงต้องแบ่งเครื่องดื่มสารอาหารให้ลูก ๆ นิดเดียว นี่เป็นสิ่งที่เธอสมควรได้รับ ทำไมเธอจะดื่มไม่ได้
มีเพียงหลินสือเอ้อร์ที่ลูบแก้มตัวเอง พลางสะอื้นน้ำตาไหลไม่หยุด แค่ครู่เดียวแก้มก็บวมเป่งแล้ว
หลินอู๋ไม่ได้ออมแรงเลยสักนิด ตบใครก็แรงเท่ากันทั้งนั้น ตอนนี้แก้มสองข้างของหลินสือลิ่วยังบวมอยู่เลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหลินสือเอ้อร์
ไม่มีใครปลอบหลินสือเอ้อร์ แม้แต่หลินสืออีและหลินสือซื่อที่มีแม่คนเดียวกันก็ไม่สนใจเธอ เหนื่อยมาทั้งวัน ไม่มีแรงจะมาสนใจเรื่องนี้ ทุกคนต่างคิดแค่อยากรีบนอนเพื่อฟื้นแรง
หลินสือเอ้อร์ร้องไห้จนเหนื่อย ในที่สุดก็สะอื้นพลางกลับไปนอนบนเตียงของตัวเอง
หลินสือลิ่วแอบเงยหน้ามองจากอ้อมแขนของหลินสืออู่ เตียงของเด็ก ๆ ทุกคนอยู่ในห้องโถงนี้
เตียงทำจากแผ่นไม้หรือแผ่นโลหะอย่างง่าย ๆ แล้ววางผ้าขาด ๆ ซ้อนกันเป็นชั้นเพื่อกันหนาว
ห้องโถงเล็กอยู่แล้ว ไม่มีทางจัดเตียงให้คนละเตียงได้
หลินสือลิ่วยังเด็กจึงนอนกับหลินสืออู่ ส่วนหลินสือซื่อนอนกับหลินสืออี หลินสืออีนอนเตียงเดียว ส่วนหลินสือเอ้อร์เป็นเด็กผู้หญิงที่โตแล้ว จึงมีเตียงแยกของตัวเอง
เบียดเสียดกันไปหมด! แค่เงยหน้าก็เห็นทุกคนได้แล้ว
ทุกคนเหนื่อยมาทั้งวัน ไม่นานก็เริ่มกรนกัน
“สือลิ่ว สือลิ่ว ตื่นเร็ว!”
หลินสืออู่เรียกอยู่พักใหญ่กว่าจะปลุกหลินสือลิ่วได้ เธอลืมตาขึ้นอย่างสะลึมสะลือ แล้วลุกขึ้นตามแรงเร่งของหลินสืออู่ ก่อนจะออกจากบ้านไป
ตอนหลินสือลิ่วถือถุงเก่า ๆ ถูกหลินสืออู่ผลักออกจากประตู เธอรู้สึกเหมือนวิญญาณยังติดอยู่บนเตียง พอออกมาข้างนอก ลมหนาวพัดปะทะ เธอก็หนาวจนตัวสั่น
มองดูท้องฟ้าแล้ว
บ้าจริง ตอนสอบเข้ามหาวิทยาลัยฉันยังไม่เคยตื่นเช้าขนาดนี้เลย!
สือซื่อ สืออู่ สือลิ่ว อายุ 7 ขวบ 6 ขวบ และ 3 ขวบ
เด็กทั้งสามคนตัวเตี้ยเหมือนหัวไชเท้าจิ๋ว เดินตามหลังหลินสืออีที่อายุ 14 ปี หลินสือลิ่วจับชายเสื้อหลินสืออู่ พลางมองหลินสืออีที่เดินนำอยู่ข้างหน้า
หลินสืออีคือพี่ชายคนที่เคยชกต่อยกันก่อนหน้านี้ ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะไม่สะบัดพวกเธอทิ้งเหมือนหลินสือเอ้อร์
หลินสืออู่ดูจะรำคาญที่หลินสือลิ่วเดินช้า จึงเร่งเธอไม่หยุด
“สือลิ่ว เร็วหน่อย วันนี้จะมีขยะใหม่มาส่งหลายลำ ถ้าช้า ของดี ๆ จะถูกคนอื่นแย่งไปหมดนะ”
มีแค่หลินสือลิ่วที่เท้าเปล่า คนอื่น ๆ พันอะไรบางอย่างไว้ที่เท้ากันบ้างแล้ว หลินสือลิ่วคอยหลบของมีคมบนพื้นอย่างระมัดระวัง กลัวจะบาดเท้าตัวเอง
หลินสือลิ่วเร่งฝีเท้าขึ้น พร้อมตอบหลินสืออู่เสียงเบา
“ฉันเดินเร็วแล้ว พี่สืออู่ ขาฉันสั้น วิ่งไม่เร็วหรอก”
แต่หลินสือลิ่วกลับเดินช้าลงเรื่อย ๆ เธอไม่ได้กินอะไรมาสองวันแล้ว อยากเดินเร็วก็ทำไม่ได้
หลินสืออีที่เดินนำหยุดรอหลินสือลิ่วอยู่สองครั้งแล้วก็เริ่มหมดความอดทน เขาช้อนตัวเธอขึ้นมาหนีบไว้ใต้รักแร้ แล้วพาเธอวิ่งไปด้วยกัน
หลินสือลิ่วไม่สนใจสายตาไม่พอใจของหลินสือซื่อ เธอยิ้มจนเห็นฟันซี่เล็ก ๆ
“ขอบคุณ พี่สืออี”
เด็กสามขวบพูดได้ทีละสามสี่คำเท่านั้น ลิ้นยังต้องฝึกอีกหน่อย
หลินสืออีไม่สนใจหลินสือลิ่ว เอาแต่รีบเดินทางต่อ ส่วนหลินสือซื่อที่ตามหลังมาตะโกนใส่หลินสืออีอย่างไม่พอใจ
“หลินสืออี นายไม่เคยอุ้มฉันแบบนี้เลย! ทำไมล่ะ!”
ไม่ว่าหลินสือซื่อจะตะโกนแค่ไหน หลินสืออีก็ไม่หยุด ทั้งหมดไปหยุดอยู่ที่กองขยะกองหนึ่ง
หลินสืออีวางหลินสือลิ่วลง เธอค่อย ๆ หาพื้นที่ราบให้ยืน รอบ ๆ มีคนมาเก็บของจากกองขยะเต็มไปหมด ผู้ใหญ่ยืนอยู่ด้านหน้า ส่วนเด็ก ๆ อยู่ด้านหลัง ทำได้แค่เก็บของที่ผู้ใหญ่ไม่เอาแล้ว
หลินสือลิ่วย่อตัวลงคุ้ยขยะใกล้ ๆ พยายามหารองเท้าหรือของสักอย่างที่ใช้พันเท้าได้
น่าเสียดายที่เธอไม่รู้เลยว่าของบนพื้นคืออะไร สิ่งเดียวที่รู้จักคือสกรูตัวเล็ก ๆ
หลินสือลิ่วเก็บสกรูตัวนั้นขึ้นมา ชูให้หลินสืออีที่นั่งรอรถขนขยะอยู่ข้าง ๆ ดู
หลินสือซื่อเห็นท่าทางของหลินสือลิ่วจากด้านข้าง ก็ปัดสกรูตัวนั้นตกทันที แล้วหัวเราะเยาะว่า
“ของแบบนี้ไม่มีราคา เป็นแค่ขยะ!”
