เย่ชิงเฉิงเงยหน้าขึ้นมองเขาผ่านม่านน้ำตา
ไม่รู้เพราะเหตุใด พอได้ยินคำพูดของหลินเชวี่ย เธอก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ราวกับต่อให้ฟ้าถล่มลงมา ขอเพียงมีผู้ชายคนนี้อยู่ตรงหน้า ทุกอย่างก็จะไม่เป็นไร
“คุณต้องช่วยรักษาแม่ของฉันให้หายนะ!” เธอสะอื้นพลางขยับหลบไปด้านข้าง
หลินเชวี่ยพยักหน้าเบา ๆ แล้วยื่นมือออกไป ใช้นิ้วสามนิ้วแตะข้อมือของเฮ่อหมิ่น
ทันทีที่สัมผัสชีพจร คิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากัน
ชีพจรลอยใหญ่และเต้นเร็ว แต่ชีพจรบริเวณข้อมือด้านในกลับจมและช้า ผิวบริเวณนั้นร้อนระอุ
นี่ไม่ใช่ไข้หวัดธรรมดา แต่เป็นโรคเก่าที่สะสมมานานหลายปี ถูกปัจจัยบางอย่างกระตุ้นจนกำเริบขึ้นมา
ตอนเฮ่อหมิ่นยังเด็ก ศีรษะเคยได้รับบาดเจ็บ เลือดคั่งอุดกั้นเส้นลมปราณ สะสมมาหลายสิบปีจนลุกลามลึกถึงกระดูก
ไข้สูง ชัก และมีฟองน้ำลายออกจากปาก หากปล่อยไว้นานกว่านี้ อาการเบาหน่อยก็อาจเป็นอัมพาตครึ่งซีกจากโรคลมปัจจุบัน ส่วนอาการหนักถึงขั้นเสียชีวิต
เขาปล่อยมือ ล้วงถุงใส่เข็มออกจากกระเป๋า วางลงบนโต๊ะกลาง แล้วค่อย ๆ คลี่ออก
เข็มทอง 72 เล่มเรียงเป็นระเบียบอยู่บนผืนผ้า สะท้อนแสงสีทองเย็นเยียบใต้แสงไฟ
หลัวต้าอี้ยืนอยู่ข้าง ๆ มือไพล่หลัง เชิดคางขึ้นเล็กน้อย
“เข็มทองงั้นเหรอ? นึกว่าตัวเองเป็นหมอเทวดาจริง ๆ หรือไง? เข็มทองแดงที่ซื้อยกชุดมาจากเถาเป่า แม้แต่เข็มเงินยังซื้อไม่ไหว แล้วยังคิดจะรักษาคนอีก? ถ้าแทงจนคนไข้เป็นอะไรขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบ?”
เย่ต๋าหัวนั่งยอง ๆ อยู่ข้างเฮ่อหมิ่น สีหน้าดำคล้ำราวกับก้นหม้อ “หลินเชวี่ย ถ้าเมียฉันเป็นอะไรขึ้นมาแม้แต่นิดเดียว ฉันไม่ปล่อยแกไว้แน่!”
หลินเชวี่ยไม่สนใจพวกเขา
