ถ้าอู๋อี้ไม่ลงมือ
ทุกคนได้ยินแล้วต่างคิดว่าเป็นแค่คำพูดหยอกล้อ
แต่ตอนนี้ไม่มีใครคิดว่าคำพูดนั้นเป็นเรื่องล้อเล่นอีกแล้ว หากวันนี้ประมุขตระกูลเฉินอยากเล่นงานหมอหลิน เกรงว่าคงต้องข้ามศพชายหนุ่มคนนี้ไปก่อน!
สีหน้าเฉินสวินมืดครึ้มลงอย่างสิ้นเชิง
เขาจ้องอู๋อี้ที่ยืนขวางอยู่หน้าประตู แววสังหารวาบผ่านดวงตา
“ดี ดีมาก”
เสียงเขาไม่ดังนัก แต่ทุกคำราวกับเค้นออกมาจากซอกฟัน “แค่ยามเฝ้าประตูคนหนึ่งก็กล้าแตะต้องคนของตระกูลเฉินแล้ว ในเมื่อแกอยากตาย ก็อย่ามาโทษฉัน!”
เขายกมือชี้ไปทางอู๋อี้ แล้วตะโกนสั่งยอดฝีมือวิชายุทธ์โบราณของตระกูลเฉินที่ติดตามมาด้านหลังว่า “เข้ามาให้หมด ฆ่ามันให้ตาย!”
ด้านหลัง ยอดฝีมือวิชายุทธ์โบราณนับสิบขยับพร้อมกัน
พวกเขาไม่ได้พุ่งเข้ามา แต่เดินเข้ามาทีละคน
ฝีเท้าหนักแน่น ลมหายใจสงบนิ่ง ทุกย่างก้าวเหยียบลงบนแผ่นศิลาสีเขียว ส่งเสียงทึบหนัก
คนเหล่านี้ไม่ใช่นักเลงข้างถนน แต่เป็นยอดฝีมือที่ตระกูลเฉินเลี้ยงดูมาหลายสิบปี ทุกคนล้วนฝ่ากองซากศพและทะเลเลือดมาได้
รูม่านตาของอู๋อี้หดลงเล็กน้อย
มือของเขายังสั่นอยู่ แต่ไม่ใช่เพราะกลัว เป็นเพราะเมื่อครู่ปล่อยหมัดออกไปจนแขนทั้งข้างชาไปหมด
ถ้าเป็นหลัวจิ้นซงคนเดียว เขายังพอสู้ไหว
แต่ถ้ามีสิบกว่าคน เขาอาจสู้ไม่ไหว หรืออาจต้องมาตายที่นี่จริง ๆ
อู๋อี้ลังเลอยู่สองอึดใจ แต่ไม่ได้ถอย
เจ้านายดี ๆ หาได้ยาก เด็กที่มาจากชนบทอย่างเขาไม่มีทั้งสถานะและเส้นสาย ไม่มีใครคอยสนับสนุน หากอยากสร้างตัว ก็ต้องทุ่มเทและยอมเสี่ยงชีวิตให้มากกว่าคนอื่น!
ภายในคลินิก หลินเชวี่ยขมวดคิ้วน้อย ๆ “เสี่ยวอู๋ ไม่ใช่เรื่องของนายแล้ว ถอยไป”
