เฮยผีพยักหน้า เช็ดเหงื่อแล้วกล่าวว่า “ผมโทรไปยืนยันแล้ว อู๋อี้บอกว่าแม่ของเขาพาหลานชายคนโตมาหาที่จงตู ก็คือพี่สาวท่านนี้ครับ”
หลินเชวี่ยอ้าปากเล็กน้อย ก่อนจะหุบลง
มิน่าเล่าหมัดมั่ว ๆ ของเสี่ยวอู๋ถึงมีพลังรุนแรงขนาดนั้น ที่แท้เบื้องหลังมีผู้เชี่ยวชาญวิชาภายนอกขั้นแปรสภาพสูงสุดอยู่คนหนึ่ง
เฮยผีเดินไปหาหลี่เอ้อร์ฮวา โน้มตัวลงแล้วชี้ไปทางหลินเชวี่ยเพื่อแนะนำ เสียงของเขาเบาลงหลายส่วน “พี่หลี่ครับ ท่านนี้คือคุณหลินของเรา เมื่อครู่นี้เขาเป็นคนช่วยเสี่ยวเป่ากลับมา”
หลี่เอ้อร์ฮวานั่งยองอยู่กับพื้น ในอ้อมแขนยังกอดเสี่ยวเป่าไว้แน่น เธอเงยหน้าขึ้น เตรียมจะขอบคุณหลินเชวี่ย แต่จู่ ๆ ดวงตาก็หรี่ลง
เมื่อครู่เธอไม่ได้มองให้ละเอียด ทว่าพอพินิจดูอีกครั้งในตอนนี้ หัวใจก็สั่นสะท้าน
สัมผัสรับรู้ของผู้ฝึกขั้นแปรสภาพสูงสุดเปิดออกเต็มที่ในชั่วขณะนี้
เธอสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายเลือนรางบนตัวหลินเชวี่ย
ไม่ใช่ความแข็งแกร่งหนักแน่นของวิชาภายนอก แต่เป็นความรู้สึกที่ลึกล้ำจนหยั่งไม่ถึง ราวกับทะเลลึกที่มองไม่เห็นก้นบึ้ง
ความรู้สึกนั้นเหมือนยืนอยู่ริมหน้าผาแล้วมองลงไป เบื้องล่างมืดสนิทจนมองไม่เห็นก้น แต่ในใจก็รู้ดีว่าข้างล่างคือหุบเหวไร้ที่สิ้นสุด
รูม่านตาของหลี่เอ้อร์ฮวาหดเล็กลงเล็กน้อย แม้ปากไม่พูด แต่ในใจกลับปั่นป่วนราวคลื่นซัด
ยอดฝีมือไร้เทียมทาน!
เธอมีชีวิตมาห้าสิบกว่าปี พบเห็นยอดฝีมือมามากมาย แต่ยอดฝีมือไร้เทียมทานเช่นนี้ เธอไม่เคยพบแม้แต่คนเดียว
อาจเป็นขั้นฟ้า แต่ก็อาจมีพลังเหนือกว่าขั้นฟ้าไปไม่รู้กี่เท่า!
ไม่นึกเลยว่าเจ้านายของลูกชายจะเป็นยอดฝีมือเช่นนี้ หลี่เอ้อร์ฮวาตกตะลึงจนแทบคางค้าง
“ขอบคุณคุณหลิน! ขอบคุณที่ช่วยหลานชายฉันไว้! คุณเป็นผู้มีพระคุณใหญ่หลวงของครอบครัวเรา!” หลี่เอ้อร์ฮวาได้สติแล้วรีบลุกขึ้น วางเสี่ยวเป่าให้ยืนอยู่ข้างตัว จากนั้นเช็ดมือกับขากางเกง ก่อนประนมมือแล้วค้อมคำนับหลินเชวี่ย
