ตู้จื่อเถิงอ้าปากค้าง ความลำพองใจในดวงตาเรียวสามเหลี่ยมมลายหายไปจนหมดสิ้น แทนที่ด้วยความไม่อยากเชื่อ
ไหนบอกว่าแม้แต่สวรรค์ก็ไม่มีทางจับได้ไม่ใช่หรือ แล้วหลินเชวี่ยรู้ได้อย่างไร?
วิธีการของหลินเชวี่ยน่ากลัวถึงขั้นนี้เชียวหรือ?
คราวนี้ตัวเขาก็คง...
ฟึ่บ ๆ!
ก่อนที่เขาจะทันคิดอะไรต่อ ผู้คนกลุ่มหนึ่งก็กรูกันเข้ามาจากหน้าประตูอีกครั้ง
ทุกคนสวมเครื่องแบบสีน้ำเงินเข้มเหมือนกัน ที่อกปักอักษรคำว่า “สำนักงานสาธารณสุขจงตู”
คนที่เดินนำมาเป็นชายร่างอ้วนวัยสี่สิบกว่า สูงราว 180 เซนติเมตร ไหล่กว้างเอวหนา สวมเครื่องแบบที่รัดแน่นจนกระดุมแทบกระเด็น
เหวินจาง หัวหน้าสำนักงานสาธารณสุขจงตู
เขาก้าวฉับ ๆ เข้ามา กวาดตามองรอบหนึ่ง ก่อนจะหยุดสายตาที่หลินเชวี่ยแล้วหรี่ตาจนแทบเป็นเส้นตรง “คุณคือหลินเชวี่ยใช่ไหม?”
“คุณเป็นใคร?” หลินเชวี่ยมองเขา
“ผมเหวินจางจากสำนักงานสาธารณสุขจงตู ได้รับแจ้งจากประชาชนว่าคลินิกฝูหลงประกอบวิชาชีพแพทย์โดยผิดกฎหมาย กรุณาแสดงใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมด้วย” เหวินจางหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกจากกระเป๋าเอกสาร คลี่ออกแล้วยื่นไปตรงหน้าหลินเชวี่ย
สีหน้าหมอฮวาเปลี่ยนไป
เขารู้จักเหวินจางดี ชายคนนี้เป็นพวกเดียวกับตู้จื่อเถิง รับเงินใครมาก็ช่วยจัดการปัญหาให้คนนั้น
เรื่องวันนี้เห็นชัดว่าเล็งหลินเชวี่ยไว้ เริ่มจากให้หวังตันตันก่อเรื่อง ต่อด้วยให้ตู้จื่อเถิงจับกุม แล้วค่อยให้เหวินจางตรวจใบอนุญาต ทุกขั้นตอนเชื่อมต่อกันอย่างไร้ช่องโหว่
สีหน้าของหลัวต้าอี้ก็เปลี่ยนไปเช่นกัน
เขาอยู่ในวงการแพทย์ จึงรู้ดีกว่าใคร
หลินเชวี่ยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม คนที่ติดคุกมาสิบปีเพิ่งออกมาได้ไม่นาน จะเอาเวลาไหนไปสอบใบอนุญาต?
พอหวังตันตันได้ยินคำพูดเหล่านั้น ดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที
เธอเช็ดน้ำตา ลุกขึ้นจากพื้นแล้วหันไปมองผู้คนที่มุงดูอยู่
