แมงป่องยืนนิ่งอยู่กับที่ มือทั้งสองห้อยข้างลำตัว ดวงตาไม่แม้แต่จะกะพริบ
สีหน้าของจงฉี่ฝานเปลี่ยนไป
เขาหันไปมองลูกน้องที่เหลืออีกหลายคน แต่ละคนล้วนเป็นหน้าเก่าที่ติดตามเขามานานกว่าสิบปี
ทว่าตอนนี้คนเหล่านั้นกลับยืนนิ่งราวกับถูกใครดึงวิญญาณออกจากร่าง ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย ทั้งยังไม่ยอมสบตาจงฉี่ฝานด้วยซ้ำ
“เกิดอะไรขึ้น?”
“ทำไมลูกน้องพวกนั้นถึงไม่ขยับ?”
“เจ้าของจงสั่งคนของตัวเองไม่ได้แล้วหรือ?”
จงฉี่ฝานจ้องแมงป่อง ใบหน้าเขียวคล้ำ “แมงป่อง แกโง่จนสมองทึบไปแล้วหรือไง?”
ในที่สุดแมงป่องก็ขยับ แต่ไม่ใช่เพราะทำตามคำสั่งของจงฉี่ฝาน
“เจ้านาย ขอโทษครับ!” เขาเงยหน้าขึ้น มองจงฉี่ฝานอย่างจนปัญญา จากนั้นก็พาคนของเขาเดินเอื่อย ๆ ไปยืนอยู่ด้านหลังจงฉี่หลิน
จงฉี่ฝานหันขวับ กัดฟันจ้องจงฉี่หลิน “เจ้ารอง แกเป็นคนเล่นตุกติกอยู่เบื้องหลังใช่ไหม?!”
จงฉี่หลินล้วงมือทั้งสองข้างใส่กระเป๋า ริมฝีปากประดับรอยยิ้มสุภาพอ่อนโยน
“พี่ใหญ่ ไม่ต้องเสียแรงแล้ว คนของตระกูลจงวันนี้ พี่สั่งไม่ได้สักคน”
รูม่านตาของจงฉี่ฝานหดแคบลงทันที “เจ้ารอง แกหมายความว่ายังไง?”
จงฉี่หลินไม่สนใจเขา หันหลังไปเผชิญหน้ากับผู้คนหลายสิบโต๊ะในห้องจัดเลี้ยง
ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง ผู้ถือหุ้น และหุ้นส่วนทางธุรกิจของตระกูลจง ต่างก็อยู่ที่นี่กันหมด
เขาหยิบเอกสารปึกหนึ่งออกจากกระเป๋า แล้วยกขึ้นให้ทุกคนเห็น
“ทุกท่าน รายงานผลประกอบการของโรงแรมจงตูในช่วงสามปีที่ผ่านมาอยู่ในมือผมทั้งหมด รายได้ของโรงแรมลดลงต่อเนื่องมาสามปี ปีที่แล้วขาดทุนยี่สิบสามล้านหยวน การตัดสินใจลงทุนก็ผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ที่ดินผืนทางใต้ของเมืองที่ซื้อมาในราคาสูง ตอนนี้ราคาตกไปถึงสี่สิบเปอร์เซ็นต์แล้ว แล้วยังมี...”
