หลินเชวี่ยชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนเหลือบมองอีกฝ่าย “นี่เป็นคลินิกของตระกูลเย่นะ ไม่ค่อยดีมั้ง? อีกอย่าง พูดตามตรง คนตระกูลเย่เกลียดผม”
หมอฮวาโบกมือ สีหน้าไม่ยี่หระ “คุณหลิน คลินิกนี้เย่เป้ากั๋วเป็นคนเปิดให้ผม โฉนดที่ดินกับโฉนดบ้านก็เป็นชื่อผม นั่นก็แปลว่าเป็นของผม ไม่เกี่ยวกับตระกูลเย่”
หลินเชวี่ยไม่ตอบ
เห็นว่าเขาไม่ได้ปฏิเสธ หมอฮวาก็รีบฉวยโอกาสพูดต่อทันที
“คุณหลิน ผมเชิญคุณมาด้วยใจจริง คุณมาแล้ว คลินิกนี้ก็เป็นของคุณ หุ้นคุณถือ 99 ส่วนผมถือสักนิดเดียวก็พอ คุณเป็นเจ้านาย ผมทำงานให้คุณ พรุ่งนี้ก็จัดการโอนกิจการได้แล้ว”
เขาตบอก สีหน้าจริงใจอย่างยิ่ง
“บ้านหลังนี้ผมก็ยกให้ด้วย ถ้าคุณไม่รังเกียจตาแก่กระดูกผุอย่างผม ต่อไปผมจะติดตามทำงานให้คุณ คุณช่วยสอนผมหน่อย ผมจะได้เรียนรู้อะไรติดตัวบ้าง”
หลินเชวี่ยมองเขา แล้วจู่ ๆ ก็ยิ้มออกมา “หมอฮวา คุณเชิญผมมาประจำคลินิก หรือจะฝากตัวเป็นศิษย์กันแน่? ถ้าจะฝากตัวเป็นศิษย์ คุณอายุมากแล้ว อย่าทำให้ผมลำบากใจเลย เรามาเรียนรู้จากกันและกันดีกว่า”
ใบหน้าแก่ ๆ ของหมอฮวาแดงระเรื่อ เขาหัวเราะแหะ ๆ สองครั้งโดยไม่ได้ปฏิเสธ
“งั้นก็เรียนรู้จากกันและกันนี่แหละ วิชาแพทย์ของคุณ ผมอยู่มาค่อนชีวิตเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก เรียนรู้จากคุณสักหน่อยไม่ใช่เรื่องน่าอายหรอก”
หลินเชวี่ยยกถ้วยชาขึ้นดื่มอีกอึก
คราวนี้ชาไม่ลวกปากแล้ว อุ่นกำลังดี
เขาครุ่นคิดอยู่นาน ก่อนวางถ้วยชาลง “ถ้าจะให้ผมเข้าร่วมก็ได้ แต่ต้องเปลี่ยนชื่อคลินิกนี้”
หมอฮวาชะงัก “เปลี่ยนชื่อ? เปลี่ยนเป็นชื่ออะไร?”
หลินเชวี่ยมองเขา มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย ก่อนเอ่ยอย่างครุ่นคิดว่า “คลินิกฝูหลง ‘ฝู’ ที่หมายถึงซุ่มซ่อน”
หมอฮวานิ่งไปครู่หนึ่ง พึมพำทวนสองรอบ ก่อนตบต้นขาดังฉาด “ดี! ชื่อนี้ดี! มังกรถูกกักอยู่ในหุบเหวสิบปี บัดนี้พ้นกรงแล้ว มังกรซุ่มรอเวลาโผบิน! พรุ่งนี้ผมจะหาคนทำป้ายใหม่มาติด...”
