หวังตันตันฟุบอยู่บนพื้น ชะงักไปครู่หนึ่ง
เธอเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังของหลินเชวี่ย แล้วหันไปมองคนรอบข้างที่กำลังชี้ไม้ชี้มือใส่ ก่อนจะกัดฟันลุกขึ้นจากพื้นอย่างทุลักทุเลและเดินตามหลังหลินเชวี่ยไป
ด้านหลัง เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของฝูงชนดังขึ้นเรื่อย ๆ
“สมน้ำหน้า! ผู้หญิงแบบนี้ต้องโดนสั่งสอนเสียบ้าง!”
“หมอหลินเป็นคนดีจริง ๆ โดนใส่ร้ายขนาดนี้ยังไม่ลงมือ ถ้าเป็นฉันคงตบหน้าไปแล้ว!”
“นั่นสิ เขาเป็นหมอ มีมารยาท ไม่ลดตัวไปถือสาคนแบบนี้หรอก ไป ๆ เข้าไปให้หมอหลินตรวจโรคกันเถอะ! หมอดี ๆ แบบนี้พลาดไปแล้วไม่มีครั้งหน้าแน่!”
ผู้คนพากันกรูเข้าไปในร้านยา
หมอฮวารีบกางแขนขวางไว้ “มาทีละคน! เข้าแถว! เข้าแถว!”
หน้าประตูวุ่นวายไปหมด แต่หลินเชวี่ยขึ้นไปชั้นสองแล้ว
ชั้นสองเป็นห้องโถงเล็ก ๆ มีเก้าอี้อยู่หลายตัวกับเตียงตรวจหนึ่งเตียง ม่านหน้าต่างปิดอยู่ แสงจึงค่อนข้างสลัว
หวังตันตันยืนตัวสั่นอยู่ตรงประตู “คุณอยากได้อะไรฉันก็ให้... อย่าตีฉันอีกเลยได้ไหม... ขอร้องล่ะ ฮือ ๆ!”
เดิมทีหลินเชวี่ยแค่อยากหยั่งเชิงดู ถ้าไม่ไหวจริง ๆ ก็ช่างมัน
แต่ได้ยินคำพูดแบบนี้แล้วจะยังอดทนไหวได้ยังไง?
ถ้าอย่างนั้นเขาก็ไม่ใช่ผู้ชายแล้ว!
เขาเดินไปทิ้งตัวนอนแผ่บนเตียงตรวจ สูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วพูดว่า “ช่วงนี้... เลือดลมร้อนรุ่มไปหน่อย...”
ตัดฉากไปหลายหมื่นคำ
สองชั่วโมงต่อมา หลินเชวี่ยหมดเรี่ยวแรงจนแทบไม่เหลือ
ประตูห้องชั้นสองถูกผลักออกจากด้านใน หลินเชวี่ยพกผ้าขนหนูสีแดงไว้ในกระเป๋า เดินโซเซออกมาแล้วมุ่งหน้าไปยังบันไดโดยไม่หันกลับไปมอง “ต่อไปถ้าเจอเธอ ฉันก็จะอัดเธอเหมือนเดิม แต่เปลี่ยนวิธีหน่อย แบบวันนี้ก็ดีไม่น้อย”
