เสียงอบอุ่นนุ่มหูดังเข้าหู
เจียงเฉียวร้อนวูบวาบไปทั่วแก้ม ทำท่าทางตกตะลึงยิ่งกว่าตอนที่แอบมองเมื่อครู่
เธอรีบหันหลังกลับ สายตาเปลี่ยนจากเผยจือเฮ่อที่ดูสงบนิ่ง มาที่คุณยายร่างเล็กที่ชะเง้อมองอยู่ตรงประตูทางเดิน
แอบสังเกตอยู่นานก็พลันเข้าใจกระจ่าง จึงส่งสายตานับถือไปทางเผยจือเฮ่อ
สมกับเป็นศาสตราจารย์เผยจริงๆ
คุณยายมาเมื่อไหร่ เธอไม่ได้สังเกตเห็นเลย เกือบจะหลุดตั้งแต่แรกแล้ว
นับจากนี้จะประมาทอีกไม่ได้
เจียงเฉียวสูดหายใจลึก ทำใจแข็งเดินเข้าใกล้เผยจือเฮ่อไปสองก้าว
ยังไม่ทันลังเลว่าจะคล้องแขนเขาดีไหม อีกฝ่ายก็โน้มตัวเข้ามาใกล้แล้ว อยู่ในท่วงท่าที่ใครก็ตามคงเห็นว่าหวานซึ้ง กระซิบข้างหูว่า "อย่าเพิ่งตื่นเต้น แค่ทำตามผมก็พอ"
ช่วงเวลาสำคัญสุดท้ายที่ควรใช้เตรียมคำพูดให้ตรงกัน เผยจือเฮ่อกลับบอกเธอแค่นี้เนี่ยนะ
ตามยังไง
ตามอะไร!
เจียงเฉียวตะโกนในใจอย่างกระวนกระวาย แม้แต่บทก็ไม่มี จะให้เธอด้นสดเลยหรือ!
-
แต่กลับกลายเป็นว่า
หน้าตาหล่อเหลาเป็นทักษะที่ฆ่าคนได้ทุกวัย
เรื่องนี้เป็นจริงมาแล้วที่ปากตรอก แล้วก็เป็นจริงอีกครั้งกับคุณยาย
เผยจือเฮ่อเดินมาหน้าบันไดทางเข้าตึก ก่อนจะฉีกยิ้มอบอุ่นราวสายลมวสันต์เดือนเมษายน พูดกับคุณยายที่พิงประตูอย่างอ่อนโยนว่า "หลายปีผ่านไปเพิ่งมาเยี่ยมคุณยายเป็นครั้งแรก เป็นความเสียมารยาทของผมนะครับ"
คุณยายมองเผยจือเฮ่อที่เดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ อย่างงุนงง
ส่วนต่างความสูงเกือบสี่สิบเซนติเมตรระหว่างพวกเขา แม้แต่บันไดหินเขียวต่ำๆ ก็ไม่ได้ช่วยอะไรมาก แค่การสบตากับอีกฝ่ายก็ยากพอดู
รอให้เขาหยุดนิ่งอยู่กับที่แล้ว คุณยายถึงได้ขยับแว่นสายตา เลิกสายตาจากใบหน้าที่รูปงามราวหยกของอีกฝ่าย แล้วหันมามองเพื่อนบ้านที่อยู่ไกลๆ อย่างภาคภูมิใจ พลางกล่าวต้อนรับอย่างกระตือรือร้นว่า "แฟนของหนูน้อยมาหรอ เป็นครอบครัวเดียวกันแท้ๆ จะกลับบ้านทั้งทีจะลำบากเปลืองเงินทำไมกัน"
เผยจือเฮ่อก้าวขึ้นบันได ช่วยคุณยายเปิดประตูทางเข้าออก "ของขวัญนิดหน่อย คุณยายไม่ต้องเกรงใจนะครับ"
