สัมผัสที่ส่งผ่านมาทางขาให้ความรู้สึกนุ่มนวลอบอุ่น
ราวกับตะปูอ่อนโยนตัวหนึ่ง ตอกตรึงเขาไว้กับที่ตรงนั้นอย่างมั่นคง
แก้มของหญิงสาวเจือด้วยสีชมพูอ่อน ยังมีท่าทางมึนเมาอยู่บ้าง แต่การกระทำกลับกล้าบ้าบิ่น
เธอถอดเสื้อคลุมยาวถึงเข่าตัวนั้นออก เชื่องช้าเพราะฤทธิ์เหล้า แต่ไม่ลังเลแม้แต่น้อย
ข้างในเป็นเดรสยาวสีเขียวมรกตที่ขับเค้าโครงเอวคอดกิ่วของเธออย่างหมดจด ใต้ชายกระโปรงคือความนวลเนียนดุจหิมะ อบอุ่น แผ่วบางเพียงแค่ผ่านสีเขียวอ่อนบางตา มากระทบกับขาของเขาจนรู้สึกร้อนผ่าว
เธอขยับเข้าไปใกล้อีก ประคองร่างด้วยมือข้างหนึ่งยันแผงอกของเขา แทบจะแนบชิดเข้าในอ้อมกอดเสียเดี๋ยวนั้น
แววตาสุกใสสะอาด ไม่มีวี่แววสำนึกเลยว่ากำลังก่อกวน
“มองฉันหน่อยสิ” เธอเงยหน้า เอียงคอเล็กน้อย ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อเผยอขึ้นอย่างไม่รู้ตัว น้ำเสียงคล้ายต่อว่า “ทำไมไม่มองฉันเลย เมื่อกี้ฉันบอกแล้วนะว่าให้มองได้”
ดีไซเนอร์ของชุดเดรสดูจะไม่เคยคิดเลยว่าจะมีใครใส่มันแล้วทำท่าทางแบบนี้
ลูกกระเดือกของเผยจือเฮ่อขยับขึ้นลง เขาพยายามอย่างที่สุดที่จะไม่มองในสิ่งที่ไม่ควรมอง แต่ดูเหมือนเพียงแค่สายตาตกลงบนใบหน้าอันแดงระเรื่อของเธอ ก็ทำให้เหตุผลของเขาพังทลายในพริบตา
เธอเหมือนสัตว์ตัวเล็กที่ดื้อรั้นเกินเหตุ โน้มเข้ามากระซิบข้างหูเขาว่า “คุณว่าเขา...”
