เผยจือเฮ่อชี้ไปที่โถงทางเดิน “มานี่ มาแสกนลายนิ้วมือ”
“อ้อ” เจียงเฉียวตอบรับอย่างงง ๆ แล้วก็โล่งใจขึ้นมาอย่างประหลาด
อยู่ ๆ ก็ถูกเรียกด้วยสรรพนามแบบนั้น เธอนึกว่าเขาจะพูดอะไรซะอีก…
เธอสวมรองเท้าแตะแล้วเดินตึงตังตามไปเป็นก้าวเล็ก ๆ
หนึ่งนาทีต่อมา เธอยืนอยู่หน้าประตูใหญ่โอ่อ่าที่เริ่มรู้สึกคุ้นเคยขึ้นบ้าง วางนิ้วชี้ลงไปอย่างระมัดระวัง นี่คือลายนิ้วมือหมายเลข 002 ของบ้านหลังนี้ นอกจากเจ้าของบ้านแล้ว
ประตูใหญ่เปิดออกพร้อมเสียงติ๊ด
เผยจือเฮ่อยืนอยู่สุดโถงทางเดินห่างไปสามเมตร ร่างสูงโปร่งสง่างาม ใบหน้าด้านข้างอันหล่อเหลาหันมามองเธอย้อนแสง ราวกับรอคอยเธอมานานแสนนาน
เจียงเฉียวรู้สึกใจหายไปชั่วขณะ
นอกจากใบหน้าที่งดงามเกินจริงจนทำให้รู้สึกไม่ค่อยสมจริงแล้ว เขายังดูเหมือนสามีที่ยืนรอภรรยาหลังเลิกงานกลับบ้านจริง ๆ เลยนะ…
พอตั้งสติได้ เธอก็ลังเลที่จะพูด สีหน้าดูเคอะเขินเล็กน้อย “…เผยจือเฮ่อ ฉันสแกนลายนิ้วมือเสร็จแล้วนะ”
ถึงแม้ว่าชื่อสามคำนี้จะยังพูดแล้วลิ้นพันกัน แต่เธอก็พยายามเต็มที่แล้วจริง ๆ
มุมปากของชายหนุ่มยกขึ้นเล็กน้อย “ยินดีต้อนรับกลับบ้าน”
-
หลังจากสแกนลายนิ้วมือเสร็จ เผยจือเฮ่อพาเจียงเฉียวเดินชมรอบ ๆ ห้องอย่างคร่าว ๆ นาฬิกาปลุกในมือถือก็ดังขึ้น
เขามองแวบหนึ่ง แล้วอธิบายให้เธอฟัง “ประชุมวินิจฉัยออนไลน์ในอีกห้านาที ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง ถ้ามีเรื่องด่วนก็มาเคาะประตูห้องหนังสือเรียกฉันได้”
เจียงเฉียวตอบเสียงเบา “ฉันคงไม่มีเรื่องอะไรด่วนหรอก คุณยุ่งอยู่ก็ไปก่อนเถอะ”
เผยจือเฮ่อเอามือใหญ่ลูบเส้นผมนุ่มบนศีรษะของเธอเบา ๆ “การประชุมวินิจฉัยไม่เหมือนผ่าตัดนะ หยุดพักระหว่างนั้นได้ตลอด”
เจียงเฉียวพยักหน้ารับรู้
พลางข่มใจไม่ให้ยกมือขึ้นมาจัดหน้าม้า
เผยจือเฮ่อสั่งเสียเสร็จก็เข้าห้องหนังสือไป ส่วนเธอยืนอยู่ที่เดิมครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ ถอยกลับไปที่ห้องของตัวเอง ปิดประตูเบา ๆ แล้วบิดกุญแจ ล็อกจากด้านในอย่างระมัดระวัง
เสียงดังคลิกหนึ่งที เจียงเฉียวหันหลังกลับ ในที่สุดก็สามารถชมห้องที่เป็นของเธอคนเดียวนี้ได้อย่างเต็มตา
ห้องของตัวคนเดียว ไม่ต้องแบ่งกับใคร และไม่มีใครมาแย่งหรือรุกล้ำ
เหมือนฝันเลย
