สองทุ่มตรง แผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลในเครือนครหลวงเนืองแน่นไปด้วยผู้คน เสียงเด็กร้องไห้งอแงดังสลับกันไปมา
ฤดูร้อนเพิ่งสิ้นสุดลง รอบ ๆ อาคารเริ่มเปิดรับสมัครคนงานก่อสร้างจำนวนมากเพื่อเร่งงาน คนไข้บาดเจ็บจากการทำงานที่มาเข้าแผนกฉุกเฉินจึงมีให้เห็นอยู่เรื่อย ๆ
เจียงอวี้เฟินเห็นหมอทยอยรับคนไข้บาดเจ็บสาหัสที่ส่งมาทีหลังเข้าไปรักษาไม่ขาดสาย ก็ร้อนรนจนทนไม่ไหว เว้นไปสักสองสามนาทีก็ส่งให้เจียงเฉียวไปดูสถานการณ์ที่เคาน์เตอร์พยาบาล สุดท้ายถึงขั้นไปยืมรถเข็นมาให้หลินเจียผิงนั่งก่อน มือทั้งสองป้องศีรษะลูกชายไว้หลวม ๆ ด้วยท่าทีหวาดระแวง กลัวเขาจะถูกใครชน
หลินเจียผิงเห็นภาพสยดสยองนองเลือดมาตลอดทั้งคืน ก็ตกใจจนตัวแข็ง ฝ่าฟันจนถึงคิวของตัวเองได้ก็ร้องโหยหวนตั้งแต่ขั้นตอนล้างแผล พอถึงตอนหมอเย็บแผลลงเข็ม เขาก็น้ำตาไหลอาบคอเสื้อแล้ว
เจียงอวี้เฟินมองแล้วแทบสูดลมหายใจแรงด้วยความเสียวแทน มั่นใจว่าเป็นเพราะหมอยังเด็ก ไม่รู้หลักการมาทำมั่วซั่ว ถึงกับชี้นหน้าต่อว่าเขาเดี๋ยวนั้น
แต่คนที่น่าสงสารกลับเป็นเจียงเฉียว
