เจียงเฉียวยังไม่ทันได้ส่งเสียง
ไช่ยวิ๋นจิบกาแฟ "ตกลงกันไว้ในกรุ๊ปแล้วนี่นา มาถึงเบอร์ลินทีไร ต้องให้พวกเราดูสามีสุดหล่อของเสี่ยวเจียงหน่อย"
สิ้นเสียง คนที่เต็มไปด้วยความคาดหวังก็เพิ่มจากหนึ่งเป็นสอง
เจียงเฉียวยิ้มแหย ๆ "จริง ๆ แล้ว... เมื่อกี้ก็เพิ่งเจอกันไปแล้วค่ะ"
อาจารย์โจวเข้าใจความหมายของเธอผิดไปโดยสิ้นเชิง สายตากวาดวนไปมาระหว่างเธอกับไช่ยวิ๋นหลายรอบ
"ได้เลยนะ ฉันรู้หรอกว่าความสัมพันธ์เรามันจืดจางลง เธอจะให้แค่เจ้านายในอนาคตของเธอดู แต่ไม่ให้ฉันดู"
"ไม่ใช่นะคะ ๆ" เจียงเฉียวเม้มปาก พูดออกไปเหมือนตัดสินใจเด็ดเดี่ยว "พวกคุณเจอตัวจริงสามีของฉันกันแล้วจริง ๆ ค่ะ"
ไช่ยวิ๋นเลิกคิ้ว "ใครล่ะ เด็กหนุ่มตัวสูงที่โบกมือให้เธออยู่ข้างหลังคุณหมอเผยเมื่อกี้น่ะนะ"
เธอยังพอจำได้อยู่ ชื่อเหรินเฝ่ยหราน
ดูท่าปีหน้าจะจบปริญญาเอก คนดูเรียบร้อยดี
แต่พอนึกถึงที่เจียงเฉียวเคยเล่าไว้ ก็รู้สึกว่ามันไม่ค่อยตรงกัน
เจียงเฉียวกระตุกมุมปาก "...คือคุณหมอเผยค่ะ"
โถงผู้โดยสารขาออกยามค่ำคืนว่างโล่ง
เสียงสูดลมหายใจดังเฮือกสองครั้งดังขึ้น ทำให้เจียงเฉียวอดเขินขึ้นมาไม่ได้
ผู้หญิงสองคนมองหน้ากัน ในที่สุดอาจารย์โจวก็ทำลายความเงียบ "ได้ เก่งมาก ซ่อนความดีไว้ไม่ให้ใครรู้"
"ก่อนหน้านี้ฟังเธอบอกว่าแต่งงานตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ พวกเราก็คิดว่าไม่น่าไว้ใจ ตอนนี้เข้าใจหมดแล้ว" อาจารย์โจวถอนหายใจยาว ความสงสัยหายวับ
"เด็กสาวคนนี้ฉลาดนะ ถ้าฉันเจอผู้ชายแบบนี้ตอนเรียนหนังสือ ไม่สนหรอกว่ารู้จักกันมากี่วัน หรือเพิ่งเลิกกับแฟนเก่า ต้องจับไว้ในมือแน่น ๆ หาวิธีไปจดทะเบียนให้ได้ก่อน"
"...เพิ่งนึกขึ้นได้" เธอเบิกตากว้างอย่างเพิ่งฉุกคิด ขนลุกซู่ "เสี่ยวเฉียว สามีเธอกับแฟนเก่าของเธอ นามสกุลเดียวกันเหรอ"
