“ปากคอเราะร้ายเสียจริง”
โจวอวี่ตวาดกร้าว สะบัดทวนยาวในมือ แสงทวนสีม่วงพุ่งทะยานดุจมังกรเจียวโผขึ้นจากสมุทร แทงตรงเข้าหาลำคอของหยางเฉิง “รับทวน!”
แท้จริงแล้ว วิถีทวนที่เขาชำนาญที่สุดคือวิถีทวนในสนามรบ
คราวก่อนที่สระสวรรค์ไม่ใช่สนามรบ จึงไม่เอื้อให้เขาสำแดงวิถีทวน พลังของเขาย่อมถูกจำกัดไปด้วย
แต่บัดนี้ ที่นี่คือสนามรบอย่างแท้จริง
ทวนนี้รวดเร็วดุจสายฟ้า อานุภาพดั่งฟ้าคำราม ปลายทวนระเบิดพลังอันแข็งแกร่งจนมิติสั่นระริกเป็นระลอก
โจวอวี่มั่นใจว่าอานุภาพของทวนนี้มากพอจะทะลวงขุนเขา
“เคร้ง!”
เสียงกระบี่กังวานใส หยางเฉิงเพียงยกกระบี่ขึ้นเบา ๆ คมกระบี่ก็ปะทะกับปลายทวนในชั่วพริบตา
เป็นเพียงการปะทะที่ดูธรรมดา ทว่าโจวอวี่กลับราวกับถูกฟ้าผ่า ร่างถอยกรูดไปสามก้าว ง่ามมือแตก เลือดไหลอาบด้ามทวน
“อะไรนะ?”
รูม่านตาของโจวอวี่หดแคบ มองมือขวาที่สั่นระริกของตนอย่างไม่อยากเชื่อ
เพียงปะทะกันครั้งแรก เขาก็ตกเป็นรองแล้วหรือ?
“ดูท่าเจ้าจะไม่ก้าวหน้าเลยสักนิด”
หยางเฉิงส่ายหน้า น้ำเสียงเจือความผิดหวังบางเบา “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็จบกันเถอะ”
คำพูดยังไม่ทันสิ้น ร่างของเขาก็พร่าเลือนขึ้นฉับพลัน ครู่ต่อมาก็ปรากฏตรงหน้าโจวอวี่ กระบี่ยาวฟันลงมาอย่างแผ่วเบา
กระบี่นี้ดูเชื่องช้า ทว่าแท้จริงแล้วรวดเร็วถึงขีดสุด
โจวอวี่เห็นเพียงภาพตรงหน้าพร่าเลือน ลมปราณทั่วร่างถูกตรึงเอาไว้ ความสิ้นหวังชนิดที่ไร้ทางหลบและไร้ทางต้านพลันก่อตัวขึ้นในใจ
“เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้?”
จิตใจของโจวอวี่ดิ่งลงสู่ก้นเหว
“ท่านอ๋อง ระวัง!”
ในช่วงคับขัน ยอดฝีมือขั้นเจ็ดสองคนลงมือพร้อมกัน
คนหนึ่งกวัดแกว่งดาบฟันเข้าใส่แผ่นหลังของหยางเฉิง อีกคนขว้างมีดบินสิบสองเล่มเข้าโจมตีจุดสำคัญทั่วร่างของเขา
