“แท้จริงแล้วเจ้าเป็นใคร?”
ถังอวิ๋นเอ๋อร์ฝืนข่มความตื่นตะลึงในใจ ก่อนเอ่ยถามด้วยเสียงสั่นพร่า
คนตรงหน้ามีรูปลักษณ์และกลิ่นอายเหมือนถังซิงอวี๋ในความทรงจำ ทว่าพลังอันน่าสะพรึงกลัวจนชวนให้สิ้นหวังนี้ กลับทำให้นางไม่อาจเชื่อมโยงทั้งสองเข้าด้วยกันได้
“ข้า?”
ถังซิงอวี๋มองนางด้วยแววตาสงบนิ่งไร้ระลอก “ข้าก็คือถังซิงอวี๋ แล้วจะเป็นใครได้อีก”
“แต่พลังของเจ้า...”
ดวงตาคู่งามของถังหยวนเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพวกเจ้า”
ถังซิงอวี๋ตัดบท น้ำเสียงเย็นชาลง “ตอนนี้เราควรคุยกันว่าจะจัดการพวกเจ้าอย่างไร
พวกเจ้าต้องรับปากว่าจะไม่แพร่งพรายเรื่องของข้า มิฉะนั้นข้าก็มีแต่ต้องฆ่าพวกเจ้า”
ใจถังอวิ๋นเอ๋อร์ดิ่งวูบ รีบกล่าวว่า “ซิงอวี๋ เจ้าฆ่าพวกเราไม่ได้ สายเลือดตระกูลถังมีเคล็ดวิชารับรู้ถึงกันเป็นพิเศษ
พวกเราหลายคนออกมาด้วยกัน หากหายสาบสูญหรือตกตายไปทั้งหมด ตระกูลย่อมรู้ทันที และจะใช้สมบัติลับติดตามมาถึงที่นี่ ถึงตอนนั้นเจ้าก็ต้องเปิดเผยตัวอยู่ดี”
นางสูดลมหายใจลึก พยายามปรับน้ำเสียงให้จริงใจ “ซิงอวี๋ ข้ารู้ว่าเจ้าอาจมีเรื่องขุ่นข้องหมองใจกับตระกูลอยู่บ้าง แต่ข้อเท็จจริงที่สายเลือดเชื่อมโยงกันนั้นเปลี่ยนแปลงไม่ได้
พรสวรรค์ของเจ้าล้ำเลิศถึงเพียงนี้ หากตระกูลรู้เข้า ย่อมทุ่มเททรัพยากรทั้งหมดเพื่อบ่มเพาะเจ้า
กลับมาเถิดซิงอวี๋ แดนเซียนต่างหากคือเวทีของเจ้า ตระกูลถังมอบทุกสิ่งที่เจ้าปรารถนาให้ได้”
“พูดจบแล้วหรือ?”
ถังซิงอวี๋เอ่ยเรียบ ๆ
ถังอวิ๋นเอ๋อร์ชะงักงัน
“ทรัพยากรของตระกูลถัง ข้าไม่ต้องการ เวทีของตระกูลถัง ข้าก็ไม่เห็นอยู่ในสายตา”
