“ไม่ต้องแปลกใจ”
ถังเป่ยเหิงราวกับมองทะลุความคิดของพวกเขา รอยยิ้มเจือแววเยาะตนเองอยู่หลายส่วน “แม้ข้าจะเหลือเวลาอีกไม่นาน แต่สายตาแค่นี้ยังพอมีอยู่
เรื่องศึกระหว่างหงเหมิงกับภูเขาตันเสีย คนอื่นอาจไม่รู้ แต่ข้าจะไม่รู้ได้อย่างไร
ผู้ที่ลอบเข้ามาในเขตหวงห้ามของตระกูลถังได้อย่างเงียบเชียบ ทั้งยังมีคนรุ่นหลังของตระกูลถังติดตามมาด้วย นอกจากพวกเจ้าแล้วจะเป็นใครได้อีก?”
ดวงตาขุ่นมัวของเขากวาดมองทั้งสอง ก่อนเอ่ยต่อว่า “ดูท่าการที่เนตรศักดิ์สิทธิ์กลืนกินอิ่งอู้ไปได้ ก็เป็นฝีมือพวกเจ้าเช่นกัน เด็ดขาดฉับไว ถอนรากถอนโคน ช่างมีฝีมือ”
หยางเฉิงกับถังซิงอวี๋สบตากัน ต่างเห็นแววเคร่งขรึมในดวงตาของอีกฝ่าย
ถังเป่ยเหิงสมกับเป็นสัตว์ประหลาดเฒ่าที่มีชีวิตมานับหมื่นปี ความคิดอ่านลึกล้ำเกินคาดนัก
“บรรพชนสายตาเฉียบแหลม”
หยางเฉิงยอมรับอย่างตรงไปตรงมา “ไม่ทราบว่าบรรพชนเชิญพวกเรามาที่นี่ด้วยเหตุใด?”
ก่อนหน้านี้เขาสังเกตเห็นแล้วว่า ข่ายอาคมรอบนอกถ้ำพำนักเกิดความเคลื่อนไหวแผ่วเบายิ่งยามพวกเขาเข้ามา
ทว่าไม่ใช่การขัดขวาง กลับคล้ายเป็นการอนุญาต หรือถึงขั้นชี้นำเสียด้วยซ้ำ
ถังเป่ยเหิงรู้แต่แรกว่าพวกเขาจะมา หรือกล่าวอีกอย่างคือ กำลังรอพวกเขาอยู่
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ถังเป่ยเหิงไม่ได้ตอบตรง ๆ กลับหันไปมองถังซิงอวี๋อีกครั้ง แววตาซับซ้อน “เด็กน้อย เจ้าชื่อซิงอวี๋ใช่หรือไม่?
เจ้าดีมาก ดีกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก ดีมากจริง ๆ”
เขาถอนหายใจ น้ำเสียงแฝงความเหนื่อยล้าเกินบรรยายกับความโล่งใจอยู่เล็กน้อย “ข้ารู้จุดประสงค์ของพวกเจ้า”
แววตาถังซิงอวี๋ไหววูบ “บรรพชนรู้เรื่องใดหรือ?”
“พวกเจ้าคิดจะพลิกฟ้าแดนเซียน”
ถังเป่ยเหิงเอ่ยช้า ๆ สี่คำ
