วาระร้อยปีมาถึงในพริบตา
ตรามรรคาประตูสวรรค์ยังคงเดิม สิ่งวิปลาสทั้งสี่ยังคงอยู่
ทันใดนั้น ประตูสวรรค์แห่งความโกลาหลซึ่งลอยสงบนิ่งอยู่เหนือฟ้ามานานร้อยปี พลันเปล่งแสงเจิดจ้าโดยไร้สัญญาณเตือน
ตรามรรคาแห่งความโกลาหลบนบานประตูหมุนเร็วขึ้นอย่างฉับพลัน
บนตัวตรา ลวดลายแห่งชะตากรรมและโซ่ตรวนแห่งระเบียบซึ่งเดิมซ่อนเร้นอยู่ พลันปรากฏชัดเจน เปล่งประกายสี่สี ได้แก่ สีเงิน สีมรกต สีใส และสีขุ่น
แสงเหล่านั้นส่องสะท้อนทั่วนภาเหนือทะเลขม งดงามเกินพรรณนา
พลังมรรคาอันกว้างใหญ่เก่าแก่ ซึ่งแฝงกลิ่นอายแห่งการถือกำเนิดใหม่แผ่ซ่านออกมาจากส่วนลึกของตรามรรคา กวาดผ่านหลากภพจักรวาลในพริบตา
สรรพชีวิตในทะเลขม ไม่ว่ามีระดับการบำเพ็ญสูงต่ำเพียงใด ต่างสัมผัสได้ในใจและพากันมองไปยังประตูสวรรค์
ในเวลาเดียวกัน
ณ ห้วงสุญญะชายขอบทะเลขม เงาสิ่งวิปลาสทั้งสี่ที่ลอยล่องอยู่มาร้อยปีต่างสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงพร้อมกัน
สิ่งวิปลาสทั้งสี่ตื่นขึ้นแล้ว
อีกทั้งกลิ่นอายของพวกมันดูจะลึกลับยากหยั่งถึงยิ่งกว่าเมื่อร้อยปีก่อน ราวกับกำลังจะหลุดพ้นจากการกดข่มของกฎเกณฑ์แห่งโลกนี้ และหวนกลับมาอีกครั้ง
“วาระร้อยปีมาถึงแล้ว พวกมันกำลังจะลงมือ”
สีหน้าสวีฝานแปรเปลี่ยนฉับพลัน เขาตวาดเสียงกร้าวว่า “ถ่ายทอดคำสั่ง! ทุกคนในพันธมิตรทะเลขมเข้าสู่ภาวะเตรียมพร้อมขั้นสูงสุด
หน่วยตรวจฟ้า รวมพลรอคำสั่ง
เปิดค่ายกลใหญ่ทุกแห่ง!”
เสียงระฆังเตือนภัยดังกังวานไปทั่วหลากภพจักรวาล
ผู้คนในสังกัดพันธมิตรทะเลขมต่างกำอาวุธแน่น โคจรพลังเวท เงยหน้ามองฟ้าด้วยสีหน้าเด็ดเดี่ยว
เตรียมการมาร้อยปี ก็เพื่อวันนี้
ในชั่วขณะที่กลิ่นอายของเงาสิ่งวิปลาสทั้งสี่ไต่ขึ้นถึงขีดสุด และกำลังจะเคลื่อนไหว
ตรามรรคาแห่งความโกลาหลซึ่งเปล่งแสงหมื่นจั้งเหนือประตูสวรรค์นอกฟ้า พลันหยุดหมุนลง
