ภายในเมือง
หลิ่วชิงกับศิษย์น้องชายหญิงของนางได้รับอนุญาตให้เข้ามาหลบภัยในเมืองแล้ว
ทว่าศิษย์น้องชายหญิงของนางมีพลังอ่อนด้อยกว่า จึงถูกแรงปะทะซัดจนร้องโหยหวน ยกมือกุมศีรษะ เลือดไหลออกจากปากและจมูก
เงาดำที่แปรเปลี่ยนรูปร่างได้พลันขยายตัว กลายเป็นความมืดผืนหนึ่ง แผ่ปกคลุมไปยังพื้นที่อีกแห่งซึ่งเต็มไปด้วยหญ้าภัยพิบัติ
ภายในเงามืดมีแรงดูดอันน่าสะพรึงกลัวและเสียงเคี้ยวดังออกมา ถึงกับกลืนกินหญ้าภัยพิบัติหลายต้นพร้อมกับสิ่งประหลาดหลายตัวที่พันอยู่บนนั้น
สิ่งประหลาดระดับหนึ่งภัยก็ประมาทไม่ได้แล้ว อีกทั้งความสามารถยังแปลกประหลาดและรับมือยาก
“หึ”
แววตาหยางเฉิงเย็นเยียบ อาณาเขตภัยพิบัติมนุษย์พลันหดแคบลง รวมพลังอยู่ภายในเมือง ก่อนกดทับร่างแยกของสตรีน้ำตาโลหิตที่ปรากฏขึ้นอย่างฉับพลันในพริบตา
ภายใต้แรงปะทะจากพลังอาณาเขต ร่างแยกของพวกนางต่างสลายไปทีละร่าง
พลังจิตของถังซิงอวี๋ก็โถมเข้าใส่คนแคระราวคลื่นซัด ฝืนขัดจังหวะการโจมตีด้วยคลื่นเสียงของมัน
ส่วนสวีฝานควบคุมเงาแขนกล ประสานกับไผ่ศรภัยพิบัติหลายต้นที่หันหัวลูกศรเปลี่ยนทิศ ระดมโจมตีเงาดำผืนนั้นจนมันต้องหดตัวหลบหลีกไม่หยุด
แต่เพียงล่าช้าไปชั่วครู่
ซากศพโรคระบาดและงูหลามปีศาจร้อยแขนที่ถูกผลักถอยไปก็ประคองสถานการณ์ได้แล้ว
ภายใต้แรงกดดันจากเกี้ยวเจ้าสาวอาถรรพ์ที่ค่อย ๆ เคลื่อนรุกคืบมาอีกครั้ง พวกมันขับเคลื่อนกองทัพสิ่งประหลาดคลุ้มคลั่งที่เหลือเกือบ 800 ตัว บุกเข้าใส่แนวป้องกันหญ้าภัยพิบัติโดยไม่คำนึงถึงความสูญเสีย
แนวป้องกันหญ้าภัยพิบัติเริ่มตกอยู่ในภาวะคับขัน พื้นที่หลายแห่งถูกทะลวงอย่างต่อเนื่อง กระแสสิ่งประหลาดหลั่งไหลเข้ามายังเชิงกำแพงเมือง
“เปิดค่ายกลกำแพงเมือง!”
หยางเฉิงยืนอยู่บนจุดสูงสุดของหอคอยบนกำแพงเมือง เสียงของเขาดังกังวานประหนึ่งโลหะ
