ศิลาศักดิ์สิทธิ์ชั้นยอดหนึ่งแสนก้อน สำหรับหยกโบราณชิ้นหนึ่งที่ไม่รู้ว่ามีประโยชน์อันใด ทั้งสภาพยังไม่ดีนัก นับว่าราคาไม่น้อย
ด้วยเหตุนี้ หยกชิ้นนี้จึงวางอยู่ตรงนี้มานาน แต่ไม่มีใครเหลียวแล
เมื่อสวี่หวยจิ่นเห็นหยางเฉิงหยุดฝีเท้า สายตาก็พลันจับจ้องไปยังหยกโบราณชิ้นนั้น เขาเพียงเหลือบมอง ก่อนส่ายหน้าเล็กน้อย “เนื้อหยกชิ้นนี้พอใช้ได้ น่าจะเกิดจากกระดูกสัตว์โบราณบางชนิดหรือหินหยกพิเศษที่ผุกร่อน มีพลังปราณธาตุดินอยู่เล็กน้อย ทว่าปะปนไม่บริสุทธิ์ อีกทั้งสูญสิ้นจิตวิญญาณไปแล้ว
“รอยร้าวกับคราบดินซึมลึกเข้าไปถึงเนื้อหยก ทำลายโครงสร้างภายในจนหมดสิ้น ไร้คุณค่าทั้งในด้านหล่อเลี้ยงและหลอมสร้างศัสตรา
“ศิลาศักดิ์สิทธิ์ชั้นยอดหนึ่งแสนก้อนหรือ? คนตั้งราคาคงคิดไปเองกระมัง”
น้ำเสียงของเขาแฝงความดูแคลนที่ยากจะสังเกตเห็น เห็นได้ชัดว่าเขาคิดว่าหยกชิ้นนี้ไม่คุ้มราคา หรือถึงขั้นเป็นเพียงหยกไร้ค่า
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หงฮ่าวก็หมดความสนใจเช่นกัน เขาเร่งว่า “ไปกันเถอะ ก็แค่หยกไร้ค่าชิ้นหนึ่ง ไม่มีอะไรน่าดู ห้องรับรองของพวกเราอยู่ข้างหน้า”
ทว่า หยางเฉิงยังคงยืนนิ่ง สายตาจับอยู่บนจี้หินสีเทาขาว ในดวงตาพลันมีแสงเร้นลับวูบผ่านอย่างยากจะสังเกต
ในสัมผัสของเขา ภายในหยกโบราณที่ดูธรรมดาและแตกร้าวชิ้นนี้ มีปราณต้นกำเนิดสายหนึ่งพันเกี่ยวอยู่อย่างเลือนราง
ไอพลังนี้เร้นลับลึกล้ำจนถึงขีดสุด แทบหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพลังธาตุดินและหินของตัวหยก หากมิใช่เพราะพลังจิตของเขาแข็งแกร่ง เกรงว่าเขาคงมองข้ามมันไปเช่นเดียวกับสวี่หวยจิ่น
พลังต้นกำเนิดคือหนึ่งในพลังรากฐานที่ใช้ก่อกำเนิดโลกและให้กำเนิดสรรพสิ่ง ทั้งยังหาพบได้ยากยิ่งและล้ำค่าอย่างยิ่ง
แม้มีเพียงเสี้ยวเดียวก็มีมูลค่าเกินประเมิน
หยกโบราณชิ้นนี้เกรงว่าจะไม่ธรรมดาอย่างที่เห็นจากภายนอก ภายในอาจมีความลับซ่อนอยู่ หรือไม่ก็เป็นเศษซากหรือภาชนะบรรจุสิ่งของที่มีพลังต้นกำเนิดบางชนิด
