บนใบหน้าของเซียนจุนเฉียนหยวน ในที่สุดก็ปรากฏรอยยิ้มจริงใจขึ้นมาสายหนึ่ง
“จักรพรรดิห่าว”
เสียงของเขาก้องสะท้อนไปทั่วห้วงมิติที่แตกร้าว “ซุ่มซ่อนมานานนับล้านปี ฝากเศษวิญญาณไว้ในแก่นดาราตะวันห่าวดวงนี้ อาศัยไอความตายจากสุสานจักรพรรดิและพลังดวงดาวหล่อเลี้ยงฟื้นฟูผลมรรคาต้าหลัวที่หลบหนีไป ช่างอดทนเสียจริง”
บนพื้นผิวของดาวฤกษ์อันมหึมา เปลวเพลิงโหมกระหน่ำ จุดมืดบนดวงดาวปะทุขึ้น ทว่าไม่มีจิตสำนึกหรือเจตจำนงใดตอบกลับ ราวกับมันเป็นเพียงดาวโบราณที่หลับใหลอย่างแท้จริง
มุมปากของเซียนจุนเฉียนหยวนยกขึ้นเล็กน้อย เผยรอยยิ้มคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “หลอกลวงสวรรค์ข้ามสมุทร แม้แต่คนอื่น ๆ อีกหลายคนก็ยังคิดว่าเจ้าดับสูญไปโดยสิ้นเชิงแล้ว ผลมรรคาสลายกระจัดกระจายไปทั่วฟ้าดิน
น่าเสียดายที่เจ้าหลอกข้าไม่ได้
“เพราะในปีนั้น คนที่จงใจปล่อยให้เจ้าหนีไปพร้อมผลมรรคาก็คือข้าเอง”
สิ้นเสียง มือยักษ์ที่ก่อกำเนิดจากกฎเกณฑ์ฟ้าดินอันไร้ขอบเขตก็พลันปรากฏขึ้นเหนือดาวฤกษ์
ขอบเขตที่มือยักษ์ปกคลุมนั้นยากจะประเมิน ภายในฝ่ามือปรากฏภาพมหัศจรรย์ของการเปิดฟ้าดินและการเกิดดับของสรรพสิ่งหมุนเวียนอยู่
จากนั้นมือยักษ์ก็พุ่งเข้าหาแก่นกลางของดาวฤกษ์ พร้อมอานุภาพอันน่าสะพรึงกลัวที่กุมหยินหยางและควบคุมสรรพสิ่ง
เป้าหมายของมันคือแก่นดาราที่ถูกห่อหุ้มด้วยเพลิงสุริยันแท้และพลังศักดิ์สิทธิ์อมตะเป็นชั้น ๆ
ตูม!
ดาวฤกษ์ที่ “หลับใหล” มาเนิ่นนานถูกยั่วโทสะจนสิ้น พลันระเบิดแสงทำลายล้างออกมา
จุดมืดบนดวงอาทิตย์นับไม่ถ้วนพวยพุ่งออกมาราวกับบ่อหมึกเดือด คลื่นพลังแปรเปลี่ยนเป็นลำแสงสีดำทำลายล้างนับร้อยล้านสาย พุ่งชนมือยักษ์ฟ้าดินที่กดลงมาอย่างรุนแรง
ฉ่า ๆ ๆ!
ลำแสงสีดำที่มีพลังมากพอจะทำให้ดวงดาวระเหยกลายเป็นไอในชั่วพริบตา เมื่อกระทบมือยักษ์ฟ้าดินกลับไม่อาจขัดขวางมันได้แม้แต่น้อย
