เซียนจุนเฉียนหยวนขมวดคิ้วเล็กน้อย กระบี่เทียนหยวนวกกลับ กระบวนกระบี่จากการดับสูญของ “นิรันดร์กาลสูญสิ้น” แปรเปลี่ยนเป็น “ฟ้าดินจักรวาล” อันโอบรับทุกสรรพสิ่ง
กระบี่หนึ่งฟาดฟัน ราวกับจะกักเก็บฟ้าดินทั้งผืนไว้ในกระบี่ เพื่อรับทัณฑ์สวรรค์ที่ฟาดลงมา
ตูม!
แรงระเบิดสะเทือนฟ้าสะเทือนดินปะทุขึ้นบนพื้นผิวดาวฤกษ์
พายุโหมกระหน่ำกวาดไปไกลนับล้านลี้ บดขยี้ซากดวงดาวใกล้เคียงจนแหลกละเอียดอีกครั้ง
ร่างเซียนจุนเฉียนหยวนไหวเอนเล็กน้อย โลหิตสีทองจาง ๆ ไหลซึมจากมุมปาก
ทว่าสายตาของเขายังคงเย็นชาเยี่ยงน้ำแข็ง
ส่วนเงาเพลิงของเศษเสี้ยวจิตวิญญาณจักรพรรดิห่าวกลับมืดหม่นลงไปกว่าครึ่ง
แม้แต่ดาวฤกษ์ยังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง บนพื้นผิวปรากฏจุดดำคล้ายรอยแตกร้าวนับไม่ถ้วน
“ฉวยโอกาส!”
ชิวซานและคนอื่น ๆ อาศัยจังหวะที่เซียนจุนเฉียนหยวนกับจักรพรรดิห่าวปะทะกัน จนลมหายใจชะงักไปชั่วขณะ พวกเขาไม่สนใจบาดแผลและเปิดฉากโจมตีสังหารอย่างเต็มกำลังอีกครั้ง
อิทธิฤทธิ์หลอมกายและพลังปราณเลือดระดับไพ่ตายหลั่งไหลออกมาราวกับไม่ต้องจ่ายสิ่งใด
แววตาของหยางเฉิงวาววาบ
นี่อาจเป็นโอกาสเดียวแล้ว
เขาไม่เก็บงำอีกต่อไป ตรามรรคาอมตะในร่างหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง
พลังศรัทธาจากสรรพชีวิตนับไม่ถ้วนในพิภพหงเหมิง แสงรุ่งโรจน์แห่งเปลวเพลิงสืบทอดอารยธรรม และภาพม้วนหมื่นสรรพสิ่งในโลกีย์ ล้วนหลอมรวมลงบนกระบี่
“กระบี่หนึ่งเดียวแห่งโลกมนุษย์!”
กระบี่นี้
ไม่มีความน่าสะพรึงกลัวที่ทำให้สรรพสิ่งกลับคืนสู่กุยซวีอย่าง “นิรันดร์กาลสูญสิ้น”
และไร้ความองอาจในการตัดฟันทุกสิ่งอย่าง “พิพากษาฟ้าสิ้น”
มันธรรมดาสามัญ ทว่าหนักแน่นไร้ใดเปรียบ
ในแสงกระบี่มีแสงโคมจากเรือนนับหมื่น มีการสืบทอดอารยธรรม...
