“ไม่ต้องมากพิธี ลุกขึ้นเถิด”
หยางเฉิงยกมือขึ้นประคองลอย ๆ สายตากวาดผ่านหลัวอวิ๋นซีและจูเสวียนจี ก่อนพยักหน้าเล็กน้อย “พวกเจ้าลำบากแล้ว”
“รับใช้ท่าน ต่อให้ต้องตายหมื่นครั้งก็ไม่ลังเล!”
ทั้งสองกล่าวด้วยความตื่นเต้น
ช่วงเวลาต่อจากนั้น เฉิงจวินอี๋รายงานสถานการณ์ปัจจุบันของเนตรศักดิ์สิทธิ์ในแดนเซียนแก่หยางเฉิงอย่างละเอียด ทั้งขอบเขตอิทธิพล กิจการหลัก และความท้าทายที่กำลังเผชิญ
“ตอนนี้ศัตรูตัวฉกาจที่สุดของเรา คือขุมอำนาจใต้ดินเก่าแก่อีกกลุ่มหนึ่งที่ชื่อ ‘อิ่งอู้’ พวกเขามีประวัติยาวนานกว่า รากฐานมั่นคงกว่า และเบื้องหลังยังได้รับการสนับสนุนจากขุมอำนาจท้องถิ่นในแดนเซียนมากกว่าหนึ่งแห่ง ซึ่งรวมถึงตระกูลถังด้วย
หลายปีมานี้ อิ่งอู้เปิดฉากกดดันเราอย่างรอบด้าน แย่งชิงช่องทางทำกิน ลอบสังหารแกนนำระดับกลาง และปล่อยข่าวลือทำลายความน่าเชื่อถือของเรา
แม้เราจะรักษาฐานที่มั่นหลักเอาไว้ได้ แต่ก็สูญเสียไม่น้อย ทั้งยังตกเป็นฝ่ายตั้งรับมาโดยตลอด”
เฉิงจวินอี๋ชี้ไปยังแผนที่แบ่งเขตอิทธิพลตรงหน้า ซึ่งร่างขึ้นจากพลังวิญญาณ
“ตามแผนเดิมของข้า เราจะอาศัยข้อได้เปรียบที่คล่องตัวและซ่อนเร้นกว่า คอยรับมือกับอิ่งอู้ไปพลาง บั่นทอนกำลังของพวกเขาไปพลาง พร้อมกับหาโอกาสแลกเปลี่ยนผลประโยชน์หรือแบ่งแยกผู้สนับสนุนที่อยู่เบื้องหลัง
ขอเพียงต้านทานการโจมตีระลอกที่รุนแรงที่สุดนี้ได้ ด้วยความเร็วในการพัฒนาของเรา อีก 100 ปีข้างหน้าจะต้องหยั่งรากมั่นคงได้อย่างแน่นอน และกลายเป็นหนึ่งในยักษ์ใหญ่แห่งโลกใต้ดินของแดนเซียน”
แผนการของนางรอบคอบและเป็นไปได้จริง
หยางเฉิงฟังจบก็ใช้นิ้วเคาะที่วางแขนของเก้าอี้ สายตาหยุดอยู่ตรงเขตใจกลางของอิ่งอู้ที่ทำเครื่องหมายไว้บนแผนที่
