เพลิงกรรมโหมเผาเข้ามา
โซ่แห่งความเคียดแค้นที่พันเกี่ยวกันขาดสะบั้นทีละท่อน กลายเป็นควันดำสลายหายไป เศษเสี้ยววิญญาณที่ถูกกักขังอยู่ภายในเปล่งเสียงถอนหายใจราวกับได้รับการปลดปล่อยเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนดับสูญตามไปด้วย
ต้นไม้ใหญ่ถูกเผาผลาญ กลายเป็นเสบียงหล่อเลี้ยงเพลิงกรรม
เมื่อต้นไม้โบราณพังทลาย ไอมรรคาพินาศและความเคียดแค้นที่แผ่ปกคลุมทั่วทั้งมิติก็สูญสิ้นต้นกำเนิด เริ่มสลายตัวและเบาบางลง
มิติทั้งผืนกลับเผยไอพิสุทธิ์อันหาได้ยากขึ้นมาเล็กน้อย เนื่องจากต้นไม้โบราณดับสูญ
หยางเฉิงลดมือลง ตราผนึกเคราะห์ภัยบนฝ่ามือสลายหายไป
ใบหน้าของเขาซีดขาวเล็กน้อย ลมหายใจแปรปรวนอยู่บ้าง เห็นได้ชัดว่าการโจมตีเมื่อครู่สิ้นเปลืองพลังไม่น้อย
อวิ๋นหลีเยว่เหินกายเข้ามา ถามด้วยความห่วงใยว่า “เฉิงเฉิง เป็นอย่างไรบ้าง?”
“ไม่เป็นไร เสียพลังไปเล็กน้อย ปรับลมหายใจสักครู่ก็หายแล้ว”
หยางเฉิงโบกมือ สายตาจับจ้องไปยังบริเวณที่รากของต้นไม้โบราณเคยแผ่ปกคลุม หลังจากมันพังทลายลง
เห็นเพียงพื้นดินซึ่งเดิมถูกครอบครองด้วยรากไม้ใหญ่ บัดนี้กลับปรากฏหลุมลึกขนาดมหึมา
ก้นหลุมมีวัตถุชนิดหนึ่งซึ่งดูคล้ายหยกเหลว
และบน “หยกเหลว” นั้น มีหญ้าคืนวิญญาณเก้าผลัดงอกอยู่กว่าสิบต้น
“เป็นไปตามคาด เมื่อถึงทางตันย่อมพบทางรอด เมื่อความตายถึงขีดสุดก็พลิกคืนสู่หยาง”
หยางเฉิงพยักหน้าเบา ๆ ใจพลันสงบลง
เมื่อได้หญ้าคืนวิญญาณเก้าผลัดที่มีอายุเพียงพอมา โอกาสช่วยหลินซิงหลานกับอวิ๋นจิ่งหวยก็เพิ่มขึ้นมาก
“ท่านแม่ พวกเรารีบออกจากที่นี่กันเถิด”
หยางเฉิงเก็บสมุนไพรแล้วกล่าวกับอวิ๋นหลีเยว่
แม้ไออำมหิตในที่แห่งนี้จะลดลงมากหลังต้นไม้โบราณดับสูญ แต่ที่นี่ก็ยังเป็นใจกลางผาสิ้นวิถี ยากจะรับประกันได้ว่าจะไม่มีสิ่งวิปลาสอื่นหลงเหลืออยู่
ยิ่งไปกว่านั้น การต่อสู้เมื่อครู่ทำให้เขาสิ้นเปลืองพลังไม่น้อย จำต้องหาที่ปรับลมหายใจโดยเร็ว
