[เจ้าของระบบเผชิญหน้าผู้ทรงพลังขั้นสิบเอ็ดสองคน ไม่อาจต้านทานได้ ไม่อาจต้านทานได้!]
[ระดับภัยคุกคาม: สูงสุดไร้ขีดจำกัด]
[ประเมินโดยรวม: โอกาสรอดชีวิตของเจ้าของระบบแทบเป็นศูนย์]
[ประกาศภารกิจเอาชีวิตรอด: ขอให้เจ้าของระบบมีชีวิตรอด]
[รางวัลภารกิจ: ศิลาต้นกำเนิดแห่งความโกลาหล 200 ก้อน]
หยางเฉิงยิ้มในใจ
จากนั้นเขาก็ไม่ได้ชักกระบี่
เพียงยกนิ้วขึ้น แล้วตวัดไปทางผู้อาวุโสเฉินลู่และประมุขกระบี่หงส์เดียวดายคนละที
ชั่วพริบตา
“หึ่ง!”
อาณาเขตธรรมชาติสีเขียวมรกตเปล่งประกายรอบกายผู้อาวุโสเฉินลู่ ราวกับผ้าไหมหรูหราที่ถูกคมมีดไร้รูปร่างกรีดขาด พลันแยกออกเป็นสองส่วนอย่างเรียบกริบ
แรงสะท้อนจากอาณาเขตที่แตกสลายทำให้ผู้อาวุโสเฉินลู่ครางอู้อี้ ลมหายใจปั่นป่วนขึ้นทันที นางถอยรวดเดียวสามก้าวกว่าจะทรงตัวได้
แววตาของนางฉายความตื่นตะลึงอย่างสุดขีด
อาณาเขตชีวิตที่สร้างชื่อให้นาง กลับถูกอีกฝ่ายทำลายได้ด้วยการโจมตีอย่างง่ายดาย
ขณะเดียวกัน ทางด้านประมุขกระบี่หงส์เดียวดายกลับอันตรายยิ่งกว่า
เขาเห็นเพียงร่องรอยที่นิ้วของหยางเฉิงตวัดผ่าน แล้วแสงกระบี่สายหนึ่งก็ทะลุผ่านปราณกระบี่หลายชั้นที่เขาวางไว้ ปรากฏขึ้นตรงหน้าหว่างคิ้วห่างเพียงสามชุ่น
ไอหนาวเย็นแห่งความตายที่แช่แข็งถึงวิญญาณปกคลุมเขาในพริบตา
สัญชาตญาณเตือนภัยจากจิตกระบี่ที่เขาภาคภูมิใจส่งเสียงกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง!
“กระบี่ที่ยี่สิบสาม ไร้ตัวตน!”
ในช่วงคับขันเป็นตาย ประมุขกระบี่หงส์เดียวดายเผยรากฐานอันน่าสะพรึงกลัวของผู้ทรงพลังบนวิถีกระบี่ผู้คร่ำหวอด
เขาตวาดลั่น ร่างทั้งร่างแปรเปลี่ยนเป็นแสงกระบี่ที่ฟาดฟันทุกสิ่งให้ขาดสะบั้น
ไม่ตั้งรับ ไม่หลบเลี่ยง หลอมรวมร่างกับกระบี่เป็นหนึ่ง
พุ่งชนแสงกระบี่สายนั้นอย่างห้าวหาญ!
นี่คือกระบวนท่าเดิมพันชีวิตของเขา ซึ่งบรรจุแก่นแท้แห่งอำนาจบนวิถีกระบี่ของตนไว้
