นางกำนัลและขันทีที่ยืนเรียงรายอยู่นอกประตูต่างพากันคุกเข่าลงเป็นแถบ ตัวสั่นระริก เลือดไหลซึมจากปากและจมูก
โจวเช่อยืนอยู่ท่ามกลางความพังพินาศ ดวงตาแดงก่ำ หนวดเคราชี้ชัน ราวกับสัตว์ร้ายบรรพกาลที่กำลังคลุ้มคลั่ง
ในมือเขากำเศษป้ายเทียนจี๋ไว้แน่น อักษรคำว่า “หวง” บนนั้นทิ่มแทงจนดวงตาเจ็บแปลบ
“หวงเอ๋อร์ โอรสของเรา”
เสียงของเขาแหบพร่า ทุกถ้อยคำราวกับเค้นออกมาจากซอกฟัน แฝงด้วยโทสะและความโศกเศร้าอันถาโถมดุจคลื่นยักษ์
โจวหวงอายุเพียงสามร้อยกว่าปีก็บรรลุถึงจุดสูงสุดของขั้นแปด เป็นโอรสผู้มีพรสวรรค์ด้านวรยุทธ์ในสายเลือดของเขาเลิศล้ำที่สุด
แต่บัดนี้โอรสของเขากลับสิ้นชีพเสียแล้ว
“เขตโบราณโม่อวิ๋น”
ขันทีผู้เฝ้าตำหนักเทียนจี๋กับหัวหน้าสำนักโหรหลวงได้ใช้เข็มทิศเทียนจี๋ทำนายแล้ว
เข็มทิศชี้ไปทางตะวันออก เขตโบราณโม่อวิ๋น
เป็นเขตโบราณโม่อวิ๋นอีกแล้ว
ก่อนหน้านี้ตะเกียงวิญญาณของเฉิงเอ๋อร์ก็ดับมอดที่นั่น บัดนี้ป้ายชะตาของหวงเอ๋อร์แตกสลาย ลิขิตฟ้าชี้ไปยังที่นั่นอีกครั้ง!
แล้วสถานที่แห่งนั้นตอนนี้เป็นถิ่นของผู้ใด?
ก็หยางเฉิง ผู้ขัดรับสั่งซ้ำแล้วซ้ำเล่า สังหารเซียนจนเลื่องชื่อ และกุมอำนาจในโม่อวิ๋นไว้อย่างแน่นหนาราวถังเหล็กนั่นอย่างไรเล่า
“หยางเฉิง!”
โจวเช่อคำรามต่ำออกมาจากส่วนลึกของลำคอ จิตสังหารในดวงตาแทบจับต้องได้
เขาไม่คิดอีกว่าตะเกียงวิญญาณถูกขโมยไปได้อย่างไร และไม่คิดอีกว่าหวงเอ๋อร์จะมุ่งหน้าไปเขตโบราณโม่อวิ๋นกะทันหันเพราะเหตุใด
ยามนี้ในใจเขามีเพียงความคิดเดียว นั่นคือหยางเฉิงผู้นี้จะปล่อยไว้ไม่ได้อีกต่อไป
เขตโบราณโม่อวิ๋นต้องถูกลบล้างให้สิ้น
เขาจะใช้วิธีอำมหิตและนองเลือดที่สุด ชำระความอัปยศของราชวงศ์ และปลอบประโลมดวงวิญญาณโอรสบนสรวงสวรรค์
