“พี่สาว ทำอะไรน่ะ” เวินจือหนิงมองการกระทำของเธออย่างไม่สะทกสะท้าน ใบหน้าเปื้อนยิ้ม
“นึกว่าแกแน่นักหรือไง” มู่เมิ่งหานพูดอย่างดุร้าย “ตราบใดที่ฉันยังอยู่ ทุกอย่างของตระกูลเวินจะเป็นของฉัน แกมันคนนอก”
“เธอบอกว่าฉันเป็นคนนอก แต่ฉันแซ่เวิน เธอแซ่อะไร” เวินจือหนิงถามเบาๆ
มู่เมิ่งหานหน้าซีดเผือด
นี่คือสิ่งที่เธอไม่อยากยอมรับ ตั้งแต่กลับมาจนถึงตอนนี้ ไม่มีใครในครอบครัวเอ่ยถึงเรื่องเปลี่ยนชื่อเลย
เธอยังแซ่มู่ ไม่ได้แซ่เวิน
มู่เมิ่งหานชูมือขึ้น ทำท่าจะตบเธอ
ทันใดนั้นรู้ว่ามีคนเดินมาไม่ไกล เวินจือหนิงก็ล้มลงกับพื้นทันที มือกุมแก้มขวา ผมสยายปกปิด ดูน่าสงสารน่าเห็นใจ
อารมณ์เปลี่ยนเร็วเกินไป เล่นละครได้เนียนมาก ทำได้เป็นธรรมชาติ มู่เมิ่งหานยังไม่ทันตั้งตัว ไม่ได้ตบเธอเลยด้วยซ้ำ มือยังค้างอยู่ในท่าจะตีคน
“หนิงหนิง!”
เธอได้ยินเสียงตื่นตระหนก ตามด้วยเสียงฝีเท้า เห็นชายหนุ่มก้าวยาวๆ เข้ามา พยุงเวินจือหนิงขึ้น
เวินจือหนิงกุมแก้ม มองเขาแวบหนึ่ง แล้วเบือนหน้าหนีอย่างน้อยใจ ไม่ยอมมองเขา
“เพียะ!” มู่เมิ่งหานถูกตบอย่างแรงหนึ่งฉาด
เวินชิงหลานสีหน้าบึ้งตึง มองมู่เมิ่งหานราวกับมองซากศพ สายตาเย็นเยียบราวกับงูพิษพันรอบตัวเธอ จนเธอหายใจไม่ออก
“เพียะ!” อีกครั้ง มู่เมิ่งหานถูกแรงตบจนกระเด็นล้มลงกับพื้น
