คนทั้งสี่ในรถพยักหน้า
“แล้วน้องสาวอกตัญญูคนนี้...” ถานหมิงเฉิงกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่กู้หนานอวี่ปรายตามองมา เขาจึงชะงักคำพูดไว้
เขาไม่รู้ว่าตัวเองพูดผิดตรงไหน ถึงได้ถูกหัวหน้ามองด้วยสายตาอันตรายเช่นนั้น
“ถ้าอย่างนั้นน้องสาวคนนี้ก็เป็นเพื่อนวัยเด็กของหัวหน้าอย่างแท้จริงสินะ” อันเฉิงรับคำต่อ
“เป็นเพื่อนที่โตมาด้วยกันนี่เอง มิน่าหัวหน้าถึงดูแลเธอดีขนาดนั้น” หูป๋อจวิ้นกล่าว
“เพื่อนที่โตมาด้วยกันอะไรกัน” ซ่งหรงหรงหัวเราะเยาะ “ก็แค่คนอกตัญญู เมื่อก่อนอาอวี่ดีกับเธอแท้ ๆ แต่เธอกลับจากไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ”
“ถ้าถามฉันนะ อย่าเห็นแก่ความผูกพันเก่า ๆ แล้วดูแลเธอเลย รถคันนี้แทบจะไม่มีที่นั่งแล้ว”
“ก็ยังพอไหวนะ” ถานหมิงเฉิงไม่คิดเช่นนั้น
“ที่นั่งด้านหน้าก็ยังพอมีอยู่ ช่วงนี้อากาศกำลังจะเย็นลง พวกเราสามคนนั่งด้วยกันจะได้อุ่น ๆ” อันเฉิงยิ้มพลางช่วยไกล่เกลี่ย
เวินจือหนิงทำราวกับไม่รู้ว่าพวกเขากำลังพูดถึงตัวเอง กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอย่างเอร็ดอร่อย
กู้หนานอวี่กินข้าวกล่องไปเพียงเล็กน้อย จากนั้นก็หยิบกระติกน้ำร้อนที่เตรียมไว้มาเทน้ำดื่มหนึ่งแก้ว
บะหมี่ที่เวินจือหนิงกินหมดแล้วเหลือน้ำซุปอยู่นิดหน่อย เธอกินต่อไม่ไหวจริง ๆ พอเห็นเขาดื่มน้ำก็คิดว่าเขาคงกระหาย จึงยื่นบะหมี่ให้กู้หนานอวี่ด้วยสองมือ
“คุณ...กระหายน้ำ” เธอพูดช้า ๆ
“ไม่กระหาย”
เดิมทีกู้หนานอวี่ตั้งใจจะปฏิเสธ แต่เธอกระตือรือร้นเกินไป คงอยากชดเชยเรื่องที่จากไปโดยไม่บอกกล่าวในอดีต ถึงอย่างไรก็ยืนกรานจะให้เขากินให้ได้
