สุดท้ายหลวนเค่อเค่อก็เรียกแท็กซี่มาเอง ตอนที่เธอมาถึง เวินจือหนิงกับอีกสี่คนนั่งอยู่ในห้องส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว
เพื่อนสาวยืนรออยู่ที่ประตู ยืดคอคอยเป็นห่วง เมื่อเห็นหลวนเค่อเค่อมาก็พูดด้วยความตื่นเต้นว่า
“เมื่อกี้มีคนห้าคนมาแล้ว ดูจากเสื้อผ้ากับมาดสง่าไม่เหมือนคนทั่วไปเลย ใช่คนที่เธอพูดถึงรึเปล่า”
หลวนเค่อเค่อพยักหน้าตอบแล้วถามว่า “พวกเขาอยู่ไหน”
“เข้าไปในห้องส่วนตัวแล้ว ผู้ชายสามคนนั้นก็หล่อนะ คนหนึ่งหล่อกว่าเพื่อนอีกสองคนเยอะ สันจมูกโด่งริมฝีปากแดงดูน่าจูบ ดูสบายๆ มีเสน่ห์แบบกวนๆ มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นคนที่เธอชอบ”
หลวนเค่อเค่อหน้าแดง “ตอนนี้เรายังเป็นแค่เพื่อนกัน”
“แล้วทำไมพวกเธอไม่ได้มาด้วยกันล่ะ” เพื่อนซี้ของหลวนเค่อเค่องง
หลวนเค่อเค่อไม่อยากอธิบายมาก จึงเดินตามเพื่อนไปหยุดที่หน้าห้องส่วนตัว ยืนยันกับตัวเองว่าการแต่งตัวไม่มีปัญหาอะไรแล้วจึงเปิดประตู
ห้าคนข้างในกำลังคุยกันอย่างสนุกสนาน ไม่สนใจแม้แต่น้อยว่าจะมีจังหวะสะดุดแบบนี้
“เออให้ตายสิ รูปพวกแกถ่ายฉันขี้เหร่ขนาดนี้แล้วก็โพสต์ลงโมเมนต์เลยนะ”
“ช่างเถอะหนิงหนิง พี่เหอของเธอถ่ายรูปเป็นแบบนี้แหละ”
“พี่เหอถ่ายให้ตัวเองหล่อก็พอแล้ว”
“พูดอะไรกัน ฉันต้องใช้ให้ถ่ายด้วยเหรอ ฉันก็หล่อในทุกๆ มุมนั่นแหละ”
“หลงตัวเองชะมัด”
หลวนเค่อเค่อยืนอยู่ตรงประตู ยกมือขึ้นทักพวกเขา แต่พวกนั้นเสียงดังพูดกันใหญ่ ไม่ได้ยินเลย
ข้างโต๊ะกลม ห้าคน
สาวสวยดูบอบบางน่าเอ็นดูแนบอยู่บนตัวผู้ชาย นัยน์ตาเขาดำสนิท ผมดำกระจายร่วงปรกหน้าผาก มุมปากขยับเล็กน้อย มองไปที่สาวที่ยิ้มจนลักยิ้มตื้นๆ ปรากฏออกมา
“ดูสิฉันจะแต่งรูปแกให้ขี้เหร่แล้วเอาไปลงโมเมนต์” เธอประกาศด้วยความภาคภูมิใจพลางยื่นรูปให้ดู
